แนวทางการพัฒนาโครงสร้างไผ่ถอดประกอบโดยการใช้ข้อต่อเหล็กสำเร็จรูปเพื่อใช้เป็นอาคารชั่วคราวยามฉุกเฉิน
收藏DataCite Commons2023-09-29 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.923
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ในโลกปัจจุบันมนุษย์ต้องเผชิญกับสภาวะวิกฤตที่มีสาเหตุหลักมาจากภัยพิบัติที่มีการก่อตัว และทวีความรุนแรงมากมากยิ่งขึ้น อาทิเช่น แผ่นดินไหว อุทกภัย และอัคคีภัย เนื่องมาจากมีการขับเคลื่อนกิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจ จึงส่งผลให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมถูกทำลาย ปัจจุบันนี้ยังคงเป็นปัญหาร่วมกันของทุกประเทศทั่วโลก การรับมือ และการเข้าควบคุมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก การหาที่พักอาศัยในสภาวะฉุกเฉินเป็นปัจจัยแรกที่ต้องมีการเข้ามาควบคุม และมีการเข้าไปจัดการพื้นที่เพื่อเป็นการป้องกันการสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้ซึ่งในปัจจุบันไผ่นั้นเป็นวัสดุทดแทนที่มีความสำคัญ และทั่วโลกต่างเริ่มให้ความยอมรับมากยิ่งขึ้น เนื่องจากไผ่เป็นวัสดุธรรมชาติสามารถพบเห็นได้ทั่วไป ไผ่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในด้านของโครงสร้างอาคาร สิ่งที่พบเห็นได้อย่างชัดเจนในเรื่องของเทคนิคการเชื่อมต่อไผ่ จนเกิดเป็นโครงสร้างที่มีความแตกต่างกัน เทคนิคเหล่านี้ทำให้ไผ่สามารถเชื่อมต่อกันเป็นอาคารไผ่แบบถาวร โดยการศึกษางานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการศึกษาประสิทธิภาพการทำงานของโครงสร้าง และการจัดการงานก่อสร้างทางสถาปัตยกรรมไผ่ร่วมกับข้อต่อเหล็กสำเร็จรูป เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบโครงสร้างที่พักอาศัยชั่วคราวเพื่อรองรับกับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีขอบเขตของการศึกษาเปนการศึกษาเพื่อค้นหาเทคนิคที่เหมาะสมกับการเชื่อมต่อไผ่ โดยการใช้ข้อต่อเหล็กสำเร็จรูปที่มีอยู่ตามท้องตลาด มีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากระยะเวลาในการก่อสร้าง ราคาค่าวัสดุก่อสร้าง และคุณภาพในการก่อสร้างเพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และทำการหาแนวทางการผสมผสานโครงสร้างระหว่างวัสดุธรรมชาติ และนวัตกรรมข้อต่อเหล็กสำเร็จรูป เพื่อให้ง่ายต่อการติดตั้งในทุกพื้นที่ของการใช้งาน และเหมาะกับทุกสภาพแวดล้อม จากการศึกษาการวิจัย พบว่า ผลการทดสอบระบบการก่อสร้างโครงสร้างไผ่ถอดประกอบโดยมีการเลือกใช้ข้อต่อเหล็กสำเร็จรูปทั้งหมดจำนวน 9 รูปแบบ ทำการแบ่งออกตามลักษณะการใช้งานได้ทั้งหมด 3 ประเภท ข้อต่อลักษณะแบบสองทาง ข้อต่อลักษณะแบบสามทาง และข้อต่อลักษณะแบบห้าทาง ผ่านมาตรฐานการทดสอบ ASTM D198 Standard Methods of Static Test of Timbers in Structural Size จากผลการทดสอบ พบว่า ข้อต่อเหล็กสำเร็จรูปจากการศึกษามีประสิทธิภาพในการรับแรงดึงเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 459.63 กิโลกรัม 445.98 กิโลกรัม และ 332.70 กิโลกรัม ตามลำดับ ค่าเฉลี่ยความเค้นเฉือนสูงสุดอยุ่ที่ 38.45 กิโลกรัมต่อตารางเซ็นติเมตร 120.48 กิโลกรัมต่อตารางเซ็นติเมตร และ 91.87 กิโลกรัมต่อตารางเซ็นติเมตร ตามลำดับ และค่าแรงอัดเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 841.06 กิโลกรัม 1548.92 กิโลกรัม และ 1439.76 กิโลกรัม ตามลำดับ ซึ่งข้อต่อเหล็กสำเร็จรูปมีประสิทธิภาพในการทำงานสามารถช่วยลดระยะเวลาในการติดตั้งหน้างานได้ 1 - 2 เท่า ระบบการก่อสร้างมีความรวดเร็วขึ้น จากเดิมระบบการก่อสร้างอาคารแบบในที่ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 20 - 25 วัน เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับระบบโครงสร้างไผ่ถอดประกอบใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างเพียง 5 - 7 วัน เฉลี่ยปริมาณแรงงานลดลง เนื่องจากสามารถใช้แรงงานคนได้ในปริมาณที่ลดน้อยลง และความชำนาญที่น้อยกว่าจึงทำให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว มีความสะดวกในการดำเนินงาน และสามารถลดการเกิดปัญหาความผิดพลาดในการทำงานหน้างานได้ โครงสร้างสามารถใช้งานได้จริง มีความคงทน และแข็งแรงเมื่อนำไปติดตั้งยังบริเวณหน้างานผ่านระบบการก่อสร้างจริง งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการนำข้อต่อเหล็กสำเร็จรูปมาใช้งานร่วมกับระบบการก่อสร้างโครงสร้างไผ่ถอดประกอบ ซึ่งในระบบการก่อสร้างทางสถาปัตยกรรมไผ่ยังมีตัวแปรที่มีความน่าสนใจอีกมากในการศึกษา สุดท้ายงานวิจัยนี้หวังว่าจะเป็นแรงกระตุ้น และเป็นแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนางานนวัตกรรมเพื่อการสรรค์สร้างงานสถาปัตยกรรมไผ่ให้ดียิ่งขึ้น
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-29



