ผลของโปรแกรมการดูแลระยะท้ายต่อความรู้สึกไม่แน่นอน คุณภาพชีวิตและความสงบของผู้ป่วยมะเร็งปอด: การวิจัยแบบผสานวิธี
收藏DataCite Commons2023-09-19 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.567
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยทดลองแบบผสานวิธีประเภทศึกษาพร้อมกัน ประกอบด้วย การวิจัยเชิงปริมาณรูปแบบการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการดูแลระยะท้ายต่อความรู้สึกไม่แน่นอน คุณภาพชีวิต และความสงบของผู้ป่วยมะเร็งปอด และการวิจัยเชิงคุณภาพรูปแบบปรากฏการณ์วิทยาแบบตีความ เพื่อศึกษาประสบการณ์ของผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะท้ายที่ได้รับโปรแกรมการดูแลระยะท้าย กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา คือ ผู้ป่วยมะเร็งปอดที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติจำนวน 18 ราย ระหว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2565 ถึง เดือนเมษายน พ.ศ. 2566 เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการวิจัย ได้แก่ 1) โปรแกรมการดูแลผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะท้าย 2) คู่มือการจัดการอาการ และ 3) คู่มือการบันทึกความปวด โปรแกรมการดูแลผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะท้าย เป็นโปรแกรมที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีระยะท้ายของชีวิตที่สงบ ดำเนินโปรแกรมทั้งหมด 8 ครั้ง ครั้งละ 45-60 นาที กลุ่มตัวอย่างได้รับโปรแกรมการดูแลระยะท้ายเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ ประกอบด้วย 1) แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป 2) แบบประเมินความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วยฉบับภาษาไทย 3) แบบประเมินคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งปอดฉบับภาษาไทย และ 4) แบบประเมินการรับรู้ความสงบของชีวิต ประเมินผลจำนวน 3 ครั้ง คือ ก่อนการทดลอง หลังการทดลองทันที (สัปดาห์ที่ 2) และระยะติดตามผล (สัปดาห์ที่ 4) และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพคือ 1) แนวคำถามปลายเปิดสำหรับการสัมภาษณ์ 2) อุปกรณ์บันทึกเสียง และ 3) แบบบันทึกการสัมภาษณ์ เก็บข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก ใช้เวลาในการสัมภาษณ์ครั้งละ 30-60 นาที การสัมภาษณ์ดำเนินการทันทีภายหลังได้รับโปรแกรมการดูแลระยะท้ายและสัมภาษณ์ต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง จนกระทั่งระยะติดตามผลข้อมูลเชิงปริมาณวิเคราะห์โดยใช้สถิติพรรณนา (Descriptive statistics) และสถิติวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ (Repeated measures ANOVA) และข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์โดยใช้แนวทางของแวน มาเนน ซึ่งสะท้อนความหมายของประสบการณ์ภายใต้โลก 5 ใบ โดยความน่าเชื่อถือตรวจสอบตามแนวคิดของลินคอล์นและกูบาผลการวิจัย พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วยหลังการทดลอง และระยะติดตามผลต่ำกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) แต่ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วยในระยะติดตามผลไม่แตกต่างจากหลังการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>.05)กลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ยคะแนนคุณภาพชีวิตหลังการทดลอง และระยะติดตามผลสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) แต่ค่าเฉลี่ยคะแนนคุณภาพชีวิตในระยะติดตามผลไม่แตกต่างจากหลังการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>.05)กลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ยคะแนนความสงบของชีวิตในหลังการทดลอง และระยะติดตามผลสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) และมีค่าเฉลี่ยคะแนนความสงบของชีวิตในระยะติดตามผลสูงกว่าหลังการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05)ผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะท้ายได้สะท้อนประสบการณ์การได้รับการดูแลด้วยโปรแกรมการดูแลผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะท้าย ทั้งหมด 9 กลุ่มความหมายตามโลก 5 ใบ ของแวน มาเนน คือ โลกของตนเอง ประกอบด้วย 3 กลุ่ม คือ 1) ความทุกข์คลี่คลาย พร้อมรับมือกับความตาย 2) รับรู้ถึงคุณค่า ความหมาย จากที่เคยอยู่อย่างไร้ตัวตน และ 3) เหมือนมีแสงตะเกียงนำทางในวันที่มีพายุ โลกของความสัมพันธ์ ประกอบด้วย 2 กลุ่ม คือ 1) รับรู้ถึงความรักความผูกพันก่อนวันจากลา และ 2) ลดช่องว่าง ลดความห่างไกล (ในใจ) ระหว่างผู้ป่วยและบุคลากร โลกของเวลา 1 กลุ่ม คือ อยากย้อนเวลาให้ได้รับการดูแลเร็วกว่านี้ เพราะเชื่อว่า…ชีวิตจะดีขึ้น โลกของสถานที่ 1 กลุ่ม คือ บ้านคือเรือนตาย คือที่ๆ มีความหมายในช่วงท้ายของชีวิต และโลกของสิ่งของ ประกอบด้วย 2 กลุ่ม คือ 1) เทคโนโลยี (ทางการแพทย์) ไม่ใช่ทางเลือกที่ปรารถนา และ 2) เทคโนโลยีที่ใช้ในการสื่อสารเป็นเหมือนสะพานเชื่อมความผูกพันผลการศึกษาครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า โปรแกรมการดูแลระยะท้ายสามารถลดความรู้สึกไม่แน่นอนในความเจ็บป่วย เพิ่มคุณภาพชีวิต และเพิ่มความสงบของชีวิตในผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะท้าย ดังนั้น พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ ควรนำโปรแกรมการดูแลระยะท้ายไปใช้กับผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะท้าย เพื่อให้ผู้ป่วยเกิดความสงบในชีวิต
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-19



