ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสุขภาพจิตในที่ทำงานภายหลังเข้าสู่ระยะหลังการระบาดใหญ่ของ COVID-19
收藏DataCite Commons2023-06-29 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.262
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2022 ประเทศไทยได้ประกาศเข้าสู่ระยะหลังการระบาดใหญ่ของ COVID-19 เนื่องจากความรุนแรงของโรคที่ลดลง ทำให้หลายองค์กรเริ่มให้พนักงานกลับมาทำงานที่สำนักงาน แต่บางองค์กรยังคงให้พนักงานทำงานที่บ้านเต็มเวลาหรือทำงานที่บ้านบางส่วน โดยมีรายงานว่าอาจมีพนักงานบางส่วนที่มีปัญหาสุขภาพจิตในเชิงลบไม่ว่าจะทำงานจากสถานที่ใด จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 พนักงานมีปัญหาด้านสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนการแพร่ระบาด โดยภาวะที่พบได้บ่อย เช่น ภาวะเครียด ภาวะซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล และภาวะหมดไฟ จึงเป็นที่มาของการศึกษานี้ที่ต้องการหาปัจจัยที่อาจมีผลกระทบต่อภาวะปัญหาสุขภาพจิตที่องค์กรควรให้ความสำคัญในระยะหลังการแพร่ระบาดใหญ่ และรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกันทำให้ผลกระทบดังกล่าวมีความแตกต่างกันหรือไม่งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ เก็บแบบสอบถามออนไลน์จำนวน 394 ชุด จากพนักงานในอุตสาหกรรมไอทีประเทศไทย โดยมีตัวแปรอิสระ 9 ตัวแปร (ได้แก่ ปัญหาสมดุลในชีวิตการทำงาน ความไม่ไว้วางใจที่องค์กรมีต่อพนักงาน ความกังวลเรื่องความปลอดภัยจากเชื้อ COVID-19 ความกังวลต่อการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ความยืดหยุ่นในการทำงาน การสื่อสารที่ดีขององค์กร ความมั่นคงทางการเงิน ความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการร่วมเป็นหนึ่ง และการรับรู้ในการสนับสนุนขององค์กร) โดยคาดว่ามีอิทธิพลต่อตัวแปรตามภาวะสุขภาพจิต 4 ตัวแปร (ได้แก่ ภาวะเครียด ภาวะซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล และภาวะหมดไฟ) และมีตัวแปรกำกับเป็นรูปแบบการทำงาน 3 รูปแบบ (ได้แก่ On-site Work, Remote Work และ Hybrid Work) ทำการวิเคราะห์ด้วยสถิติ Linear Regression และ Generalized Linear Modelจากการศึกษาพบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสุขภาพจิตทั้ง 4 ภาวะ ในช่วงระยะหลังการระบาดใหญ่มากที่สุด คือ ปัญหาสมดุลในชีวิตการทำงาน รองลงมา คือ ความไม่ไว้วางใจที่องค์กรมีต่อพนักงาน ดังนั้นเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตของพนักงาน องค์กรควรตระหนักถึงสมดุลในชีวิตการทำงานของพนักงานและความไม่ไว้วางใจขององค์กร เนื่องจากมีแนวโน้มนำไปสู่ภาวะสุขภาพจิตมากที่สุด นอกจากนี้พบว่ารูปแบบการทำงาน On-site Work มีค่าเฉลี่ยปัญหาภาวะสุขภาพจิตมากที่สุด และมีอิทธิพลของปัญหาสมดุลในชีวิตการทำงานและความกังวลต่อการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพจิตมากกว่ารูปแบบการทำงานอื่น ๆ นอกจากนี้รูปแบบการทำงาน Remote Work มีอิทธิพลของความไม่ไว้วางใจที่องค์กรมีต่อพนักงาน ที่ส่งผลต่อภาวะวิตกกังวล ภาวะหมดไฟด้านความอ่อนล้าทางอารมณ์ และภาวะหมดไฟด้านการเมินเฉยต่องานมากกว่ารูปแบบการทำงานอื่น ๆ ส่วนรูปแบบการทำงาน Hybrid Work มีอิทธิพลของความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการร่วมเป็นหนึ่ง ที่ส่งผลต่อภาวะซึมเศร้ามากกว่ารูปแบบการทำงานอื่น ๆ
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-06-29



