five

ปัญหาการบังคับใช้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

收藏
DataCite Commons2024-11-27 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.9
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างภาษีโรงเรือนและที่ดินเดิม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์ในที่ดิน เพื่อเพิ่มความเป็นอิสระและประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลดการใช้ดุลพินิจ เพื่อสร้างความเข้มแข็งและโปร่งใสในการบริหารการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่หลังจากที่มีการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว ผู้ศึกษาทำการวิจัยแล้วพบว่า การบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เนื่องจากบทบัญญัติมีปัญหา กล่าวคือ บทนิยามคำว่า สิ่งปลูกสร้าง ตามปกติหมายถึง โรงเรือน อาคาร ตึก ที่บุคคลอาจเข้าอยู่อาศัยหรือใช้สอยได้ และให้หมายความรวมถึง สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นด้วย ซึ่งในบทนิยามมีคำว่า สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น มีการตีความว่า บุคคลจะต้องเข้าไปอยู่อาศัยหรือใช้สอยได้ด้วย ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว คำว่า สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น น่าจะต้องหมายความรวมถึง สิ่งปลูกสร้างที่บุคคลไม่อาจเข้าอยู่อาศัย แต่ใช้ประโยชน์ได้ เช่น ท่าเทียบเรือ แผงโซล่าเซลล์ กังหันลม เสาสัญญาณโทรศัพท์ หรือเครื่องจักรกล แต่ในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่จะไม่เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ กังหันลม ซึ่งไม่น่าถูกต้อง บทบัญญัติตามมาตรา 40 วรรคหนึ่ง มีการยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้กับเจ้าของที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ประกอบการเกษตรที่มีที่ดินเป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่ยกเว้นให้กับบุคคคลธรรมดาหรือเกษตรกรที่ยากจนและครอบครองที่ดินของรัฐ อีกทั้งกฎหมายมีการยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้กับผู้เป็นเจ้าของที่ดินที่เป็นบุคคลธรรมดาใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมที่มีฐานะร่ำรวย ในแต่ละเขตองค์กรปกครองท้องถิ่นได้ถึง 50 ล้านบาทและสามารถได้รับยกเว้นในแต่ละเขตอีกด้วย ทำให้บุคคลธรรมดาสามารถมีที่ดินจำนวนมากได้ทุก ๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหากเป็นนิติบุคคลก็จะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำมาก การที่มีบทบัญญัติเช่นนี้ทำให้เกิดปัญหาการกว้านซื้อที่ดินเพื่อกักตุนเก็งกำไรที่ดินมากกว่ากฎหมายภาษีบำรุงท้องที่เดิม อีกทั้งมีการตีความ คำว่า เจ้าของที่ดินที่เป็นบุคคลธรรมดาใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ตามมาตรา 40 มีการตีความว่า การทำประโยชน์ในการประกอบกสิกรรมนั้น บุคคลธรรมดาสามารถทำได้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการประกอบกสิกรรมที่ทำด้วยตนเองหรือให้บุคคลอื่นทำ อันเป็นช่องว่างให้มีการจ้างนิติบุคคลเข้ามาทำสัญญาเช่าหรือรับจ้างทำเกษตร เพื่อที่เจ้าของซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาจะได้รับประโยชน์จากการยกเว้นภาษี อันก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมเป็นช่องทางให้มีการเลี่ยงภาษีเป็นจำนวนมาก สำหรับการประเมินภาษีทรัพย์สินมีการเปลี่ยนแปลงโดยกฎหมายกำหนดให้ผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในเขตพื้นที่เดียวกันจะต้องเสียภาษีในอัตราที่เท่าเทียมกันโดยมิได้พิจารณาจากรายได้ ย่อมทำให้ผู้ที่มีทุนสูงกว่ามีกำลังการผลิตมากกว่า สามารถขายสินค้าได้มากกว่า มีรายได้มากกว่า หากต้องให้มาเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราที่เท่ากับธุรกิจขนาดเล็ก ก็จะก่อให้เกิดทำให้เกิดความได้เปรียบทางการค้า และในที่สุดบริษัทขนาดเล็กก็ไม่สามารถที่จะแข่งขันต่อไปได้ นอกจากนี้การประเมินราคาทรัพย์สินที่คิดคำนวนแต่พื้นที่โดยไม่คำนวนราคาเครื่องจักรขนาดใหญ่และมูลค่าการก่อสร้างก็ยิ่งทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษีที่มีทรัพย์สินที่มีมูลค่าน้อยกว่า แต่ต้องเสียภาษีเท่ากับผู้มีทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากกว่าการที่พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 มาตรา 8 ยกเว้นให้แก่เจ้าของทรัพย์สินที่เป็นที่ทำการขององค์การสหประชาชาติ ทบวงการชำนัญพิเศษขององค์การสหประชาชาติหรือองค์การระหว่างประเทศอื่น ซึ่งประเทศไทยมีข้อผูกพันที่ต้องยกเว้นภาษีให้ตามสนธิสัญญาหรือความตกลงอื่นใด ทรัพย์สินที่เป็นที่ทำการสถานทูตหรือสถานกงสุลของต่างประเทศ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักถ้อยทีถ้อยปฏิบัติต่อกัน จะเป็นการยกเว้นให้แก่เจ้าของทรัพย์สินซึ่งเป็นบุคคลที่มีฐานะดีซึ่งแต่เดิมต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินอยู่แล้ว สำหรับการยกเว้นทรัพย์สินของสภากาชาดไทย ที่มีการดำเนินการธุรกิจโดยเอกชนก็จะได้รับประโยชน์อันก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการประกอบธุรกิจอย่างเดียวกัน ที่ถูกต้องแล้วกฎหมายจะต้องบัญญัติให้ยกเว้น ทรัพย์สินขององค์การสหประชาชาติ ทบวงการชำนัญพิเศษขององค์การสหประชาชาติหรือองค์การระหว่างประเทศอื่น... ทรัพย์สินของสถานทูตหรือสถานกงสุลของต่างประเทศ...ทรัพย์สินของสภากาชาดไทย ที่ใช้เป็นที่ทำการโดยมิได้หาผลประโยชน์ จากการศึกษาพบว่ามีทรัพย์สินขององค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ที่ได้รับการยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อันก่อให้เกิดปัญหาความไม่เป็นธรรมและเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งจะต้องมีการศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป นอกจากนี้บทบัญญัติของกฎหมายบังคับให้เจ้าหน้าที่ทำการสำรวจที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทุกแปลง โดยไม่มีการบัญญัติให้เจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างจะต้องแสดงรายการทรัพย์สินด้วยตัวเองก่อน จึงทำให้เกิดความลำบากและยุ่งยากในการปฏิบัติงาน เพราะเจ้าหน้าที่มีจำนวนน้อยและทรัพย์สินที่จะต้องสำรวจมีจำนวนมาก ทำให้เกิดการสำรวจไม่ครบถ้วน และเจ้าหน้าที่จะต้องรับผิด อีกทั้งยังมีปัญหาในการเชื่อมโยงข้อมูลความเป็นเจ้าของที่ดินกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่นกรมที่ดินและกรมธนารักษ์ กล่าวโดยสรุป พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 จะต้องมีการแก้ไขปรับปรุงเพื่อก่อให้เกิดความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และอำนวยรายได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-11-27
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务