five

ประสิทธิผลของกลไกทางการเงินตามนโยบายการรับกลับผู้ป่วยในกรณีการดูแลผู้ป่วยระยะกลางของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 4 สระบุรี: กรณีศึกษาจังหวัดสระบุรี

收藏
DataCite Commons2024-07-24 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.309
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
จากฐานข้อมูลกองบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข (CMI@MopH) ปี 2561แสดงอัตราการครองเตียงในโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป มากกว่าร้อยละ 90 ในขณะเดียวกันที่โรงพยาบาลชุมชนมีอัตราการครองเตียงเพียงร้อยละ 35-67 ซึ่งแสดงถึงการใช้ทรัพยากรที่ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อเปรียบเทียบอัตราการครองเตียง ระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลของผู้ป่วยใน ก่อนและหลังการใช้กลไกทางการเงินต่อนโยบายการรับกลับผู้ป่วยใน กรณีการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง 2) เพื่อศึกษาอัตราการกลับมารักษาซ้ำและภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยจากการใช้กลไกทางการเงินต่อนโยบายการรับกลับผู้ป่วยใน กรณีการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง 3) เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการที่เกี่ยวข้องกับการใช้กลไกทางการเงินต่อนโยบายการรับกลับผู้ป่วยใน กรณีการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง 4) เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรค ในการใช้กลไกทางการเงินต่อนโยบายการรับกลับผู้ป่วยใน กรณีการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง รูปแบบการศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวาง (Analytical Cross-sectional study) กลุ่มตัวอย่าง คือบุคลากรทางด้านสาธารณสุข จำนวน 50 คน และผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) การบาดเจ็บที่สมอง (Brain Dysfunction Traumatic) การบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง (Traumatic Spinal Cord Dysfunction) ที่แผนกผู้ป่วยใน โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน จำนวน 72 คน วิเคราะห์ข้อมูลสถิติเชิงพรรณนา(Descriptive statistic) เพื่อบรรยายลักษณะของประชากรด้วย ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์เปรียบเทียบอัตราการครองเตียง ระยะเวลาการนอนโรงพยาบาล ระหว่างกลุ่มผู้ป่วยระยะกลางก่อนและหลังการมีนโยบายการรับกลับผู้ป่วยใน ด้วย Independent-Samples T Test ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 และวิเคราะห์ผลกระทบ ปัญหา อุปสรรค ในการดำเนินงานของนโยบายการสนับสนุนงบประมาณรูปแบบใหม่ ด้วยวิธีวิเคราะห์เชิงคุณภาพ ผลการศึกษาพบว่า อัตราการครองเตียงก่อนและหลังการมีการใช้กลไกทางการเงินตามนโยบายการรับกลับผู้ป่วยใน กรณีการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง ในภาพจังหวัด พบว่าไม่แตกต่างกัน (P value = 0.368) อัตราการครองเตียงก่อนมีนโยบายโดยเฉลี่ย 20.43± 5.66 เตียง/100 และอัตราการครองเตียงหลังมีนโยบายโดยเฉลี่ย 27.56 ± 7.57 เตียง/100 เมื่อเปรียบเทียบจำนวนวันนอนโรงพยาบาล ก่อนและหลังการใช้กลไกฯ พบว่าไม่แตกต่างกัน (P value = 0.251) ระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลของผู้ป่วยในก่อนมีนโยบายเฉลี่ย 21.45 ± 10.74 วัน/คน/ครั้ง และ ระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลของผู้ป่วยในหลังมีนโยบายฯ เฉลี่ย 19.99±10.11 วัน/คน/ครั้ง โรคที่เข้ารับการรักษาตามรหัส ICD 10 ที่มากที่สุดก่อนใช้นโยบายและหลังใช้นโยบาย คือโรค Cerebral infarction due to thrombosis of cerebral arteries (I633) และ Stroke, not specified as haemorrhage or infarction (I64) เท่ากับร้อยละ 30.1 และ 33.9 ตามลำดับ และอัตราการกลับมารักษาซ้ำภายใน 28 วันหลังจำหน่าย (Re-admission rate) และโรคแทรกซ้อนหลังจากส่งกลับผู้ป่วยระยะกลางไปโรงพยาบาลชุมชน พบว่า อัตราการกลับมารักษาซ้ำภายใน 28 วันหลังจำหน่าย จำนวน 23 ราย คิดเป็นร้อยละ 12.36 ความพึงพอใจของผู้รับบริการต่อกลไกทางการเงินตามนโยบายการรับกลับผู้ป่วยใน กรณีการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง พบว่าผู้รับบริการมีความพึงพอใจมากที่สุด ในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากบ้านถึงโรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้านเมื่อเทียบกับการเดินทางไปโรงพยาบาลส่งต่อ ร้อยละ 47.2 รองลงมาเรื่องระยะเวลาในการเดินทางจากบ้านถึงโรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้านเมื่อเทียบกับระยะเวลาการเดินทางไปที่โรงพยาบาลส่งต่อ ร้อยละ 45.8 และการอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องกับการส่งตัวกลับไปพักรักษาที่โรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้าน เช่น รถส่งกลับ การประสานระหว่างโรงพยาบาล ร้อยละ 29.2 และผู้ให้บริการเห็นด้วยกับนโยบายการรับกลับผู้ป่วยในกรณีการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง (Intermediate care) เห็นด้วยว่าผู้ป่วยจะได้รับการดูแลใกล้ชิดและสะดวกในการเดินทาง และควรให้ผู้ป่วยระยะกลาง กลับมารักษาที่โรงพยาบาลชุมชนทุกราย เพื่อลดการแออัดในโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปได้ ซึ่งหากผู้ป่วยได้รับการกายภาพที่เร็วและฟื้นฟูได้เร็ว จะช่วยลดภาระของญาติและญาติสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยเพิ่มขึ้น
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-07-24
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务