five

แนวทางการปรับตัวของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าของไทยที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป

收藏
DataCite Commons2023-10-09 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1164
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอาจจะเป็นทั้งวิกฤติและโอกาสของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ล่าสุดทางสหภาพยุโรปได้ออกมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (EU-CBAM) เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปลายปี พ.ศ. 2566 ผู้ประกอบไทยโดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้ามีโอกาสได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวค่อนข้างมาก หากไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตจะส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้นและความสามารถในการแข่งขันลดลง ดังนั้น การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาทางเลือกเทคโนโลยีเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าของไทย 2) ศึกษานโยบายภาครัฐที่เหมาะสมในการสนับสนุนการปรับตัวของผู้ประกอบการเพื่อดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเป็นแนวทางการเตรียมความพร้อมรับมือจากมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้ประกอบการไทยในการศึกษานี้ ผู้ศึกษาได้เก็บรวบรวมข้อมูลจากการตอบแบบสอบถามของผู้ประกอบการ (Expert Interview) ในอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าของไทยที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ EU-CBAM จำนวน 7 บริษัท โดยนำมาศึกษาด้วยทฤษฎีการพิจารณาหลายหลักเกณฑ์ (Multi-Criteria Decision Analysis: MCDA) วิเคราะห์ด้วยกระบวนการ AHP (Analytical Hierarchy Process) และกระบวนการ TOPSIS (Technique for Order Preference by Similarity to the Ideal Solution)ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าทางเลือกเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจากเกณฑ์พิจารณาของผู้ประกอบการ ที่ควรได้รับการส่งเสริมเพื่อดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าของไทย สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่ คือ การสร้างระบบตรวจวัดและควบคุมเพื่อให้อุปกรณ์ทำงานมีประสิทธิภาพสุงสุด (process control for annealing process) รองลงมาเป็นเทคโนโลยีการติดตั้งเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนในเตาอบเหล็กให้มีพื้นที่มากขึ้น (high-efficiency recuperators for annealing process) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีระยะเวลาคืนทุนรวดเร็วและมีราคาต้นทุนต่ำ เนื่องจากผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับเกณฑ์พิจารณาด้านระยะเวลาคืนทุนและต้นทุนมากที่สุด สำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กยังไม่มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าในการศึกษานี้นโยบายภาครัฐที่เหมาะสมในการสนับสนุนการปรับตัวของผู้ประกอบการเพื่อดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผลการศึกษาแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ 1) นโยบายภาครัฐที่เหมาะสมที่สุดในกลุ่มมาตรการกลไกตลาด (Market-based Instruments: MBI) ได้แก่ มาตรการสนับสนุนด้านการเงินในลักษณะการให้เงินทุนและเงินอุดหนุน (Fund/Grant) และสิทธิประโยชน์ทางภาษี (Tax Incentives) เนื่องจากผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับเกณฑ์พิจารณาผลด้านต้นทุนเป็นหลัก 2) นโยบายภาครัฐที่เหมาะสมที่สุดในกลุ่มมาตรการที่ไม่ใช่กลไกตลาด (non-Market-based Instruments: nMBI) ได้แก่ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (R&D for Technology) และการเสริมสร้างขีดความสามารถ (Capacity Building) เช่น การจัดอบรม การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เป็นต้น เนื่องจากผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่รับรู้เกี่ยวกับมาตรการ EU-CBAM ในระดับน้อยถึงปานกลาง การพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการจึงมีความสำคัญในการสนับสนุนการปรับตัวเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งนี้ ภาครัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายทั้งสองกลุ่มพร้อมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคผู้ประกอบการได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดของนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกดังนั้น ผลที่ได้จากงานศึกษานี้จะเป็นองค์ความรู้สำหรับการพิจารณาทางเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการและใช้เป็นแนวทางพิจารณานโยบายภาครัฐที่สำคัญสำหรับสร้างแรงจูงใจในการปรับตัวของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าเพื่อดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อไป
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-10-09
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务