five

ปัจจัยที่มีผลต่อรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย: กรณีศึกษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มารับบริการที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

收藏
DataCite Commons2025-09-05 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.571
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย มีบทบาทสำคัญต่อการวินิจฉัย และการตัดสินใจในการรักษาโรคของแพทย์ และมีบทบาทต่อผู้ป่วยในด้านผลลัพธ์ของการรักษา ซึ่งหากความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยเกิดการเปลี่ยนแปลง ย่อมส่งผลโดยตรงกับผู้ป่วย ดังนั้นการให้ความสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ในกระบวนการรักษาผู้ป่วย การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.ศึกษารูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 ที่เข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ว่ามีรูปแบบใดบ้าง 2.ศึกษาว่าปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่อรูปแบบความสัมพันธ์ในแต่ละรูปแบบ ทำการศึกษาด้วยวิธีการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research) โดยการใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยแบบสอบถามแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนที่ 2 เป็นคำถามเกี่ยวกับความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และส่วนที่ 3 เป็นคำถามวัดความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 ที่เข้ารับการรักษาที่หน่วยตรวจโรคอายุรกรรม โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จำนวนทั้งสิ้น 377 คน จากนั้นทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive statistics) และทำการทดสอบสมมติฐานด้วย สถิติเชิงอนุมาน (Inferential statistics) ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างโดยส่วนใหญ่ มีรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย เป็นแบบ Consumerism คือรูปแบบที่แพทย์เป็นผู้ให้บริการ และผู้ป่วยเป็นผู้รับบริการ (ร้อยละ 62.60) รองลงมาเป็น รูปแบบ Mutuality คือรูปแบบความสัมพันธ์แบบร่วมมือกันระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย (ร้อยละ 62.07) ในการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยแต่ละรูปแบบ พบว่ารูปแบบ Paternalism ปัจจัยที่มีผลได้แก่ ความรอบรู้ด้านสุขภาพขั้นพื้นฐาน และ ความรอบรู้ด้านสุขภาพขั้นวิพากษ์ (P<0.01) รูปแบบ Consumerism ปัจจัยที่มีผลได้แก่ ศาสนา สิทธิการรักษา (P<0.05) เพศ ความรอบรู้ด้านสุขภาพขั้นพื้นฐาน ความรอบรู้ด้านสุขภาพขั้นการมีปฏิสัมพันธ์ (P<0.01) ส่วนรูปแบบ Mutuality ปัจจัยที่มีผลได้แก่ ศาสนา (P<0.05) ความรอบรู้ด้านสุขภาพขั้นพื้นฐาน ความรอบรู้ด้านสุขภาพขั้นการมีปฏิสัมพันธ์ (P<0.01) และรูปแบบ Default ปัจจัยที่มีผลได้แก่ เพศ ความรอบรู้ด้านสุขภาพขั้นการมีปฏิสัมพันธ์ (P<0.05) รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ความรอบรู้ด้านสุขภาพขั้นพื้นฐาน (P<0.01)
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-09-05
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务