การคุ้มครองสิทธิของมารดาที่เป็นเด็กในการยุติการตั้งครรภ์ภายใต้กรอบความคิดเรื่องหลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก
收藏DataCite Commons2024-08-29 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.483
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การยุติการตั้งครรภ์นั้นมีความเกี่ยวพันกับสภาพสังคมในหลายมิติด้วยกันทั้งด้านศาสนา ความเชื่อ วัฒนธรรม และกฎหมาย ส่งผลให้นโยบายเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งในหลายประเทศที่ยอมรับหลักการเรื่องสิทธิในชีวิตและร่างกายของบุคคลได้ยอมรับให้มีการยุติการตั้งครรภ์ที่เกิดด้วยความสมัครใจได้ โดยหญิงนั้นจะต้องดำเนินการภายในอายุครรภ์ที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้บุคลากรทางการแพทย์จะดำเนินการยุติการตั้งครรภ์ให้แก่หญิงได้ต่อเมื่อหญิงนั้นได้แสดงเจตนาให้ความยินยอมแก่บุคลากรทางการแพทย์แล้ว หากหญิงนั้นไม่ให้ความยินยอมในการยุติการตั้งครรภ์ แม้แพทย์เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์ของหญิงนั้นก็ตาม แพทย์ก็ไม่อาจดำเนินการดังกล่าวให้แก่หญิงได้ เนื่องจากการยุติการตั้งครรภ์โดยสภาพของการดำเนินการย่อมกระทบต่อเนื้อตัวร่างกายของหญิง หากฝ่าฝืนต่อความยินยอมของหญิง บุคคลากรทางการแพทย์อาจมีความรับผิดทางกฎหมายอาญาตามมา ดังนั้นความยินยอมจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของการดำเนินการยุติการตั้งครรภ์ อย่างไรก็ดีในการให้ความยินยอมของหญิงที่เป็นเด็กในการยุติการตั้งครรภ์ หากปล่อยให้เด็กตัดสินใจอย่างอิสระโดยไม่มีมาตรการพิเศษมาควบคุมเพื่อส่งเสริมการตัดสินใจของเด็กแล้วย่อมก่อให้เกิดความผิดพลาดและไม่สอดคล้องกับหลักประโยชน์สูงสุดของเด็กได้ เนื่องจากตามหลักจิตวิทยาพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัยและเกณฑ์อายุของเด็กในทางการแพทย์ จะพบว่าเด็กแต่ละช่วงวัยมีพัฒนาการทางความคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล กับทั้งความสามารถในการรับรู้สิ่งที่มีความซับซ้อนอันส่งผลต่อความเข้าใจและการประมวลผลแตกต่างกัน เด็กจึงถือเป็นบุคคลที่ได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้ที่อ่อนด้อยประสบการณ์และไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอในการให้ความยินยอมเพื่อยุติการตั้งครรภ์ได้ อนึ่ง ประเทศไทยยอมรับให้เกิดการยุติการตั้งครรภ์ตามคำขอที่เกิดจากความสมัครใจของหญิงได้เมื่อหญิงมีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ตามมาตรา 301 แห่งประมวลกฎหมายอาญา แต่มาตราดังกล่าวกลับไม่ได้กำหนดว่าหญิงที่จะสามารถใช้สิทธิอิสระในการให้ความยินยอมเพื่อยุติการตั้งครรภ์หมายถึงผู้ใดบ้าง จึงสามารถตีความรวมถึงเด็กด้วยแต่กฎหมายมาตราดังกล่าวกลับไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนสำหรับกรณีของเด็กที่เป็นมารดาประสงค์จะยุติการตั้งครรภ์เอาไว้ อาทิ รายละเอียดเกี่ยวกับเกณฑ์อายุขั้นต่ำที่ถือว่าเด็กมีความสามารถในการให้ความยินยอม รวมถึงความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการพิเศษสำหรับเด็กหากเด็กไม่มีความสามารถในการให้ความยินยอมว่าควรมีขั้นตอนเช่นใดบ้างเพื่อให้เด็กสามารถเข้าสู่กระบวนการยุติการตั้งครรภ์ได้ รวมถึงมาตรการที่จำเป็นที่เด็กควรได้รับก่อนการยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งการขาดกระบวนการที่ชัดเจนย่อมส่งผลทำให้เด็กไม่ได้รับความคุ้มครองในกระบวนการการตัดสินใจ ตลอดทั้งการส่งเสริมสวัสดิภาพและฟื้นฟูสมรรถภาพของเด็กทั้งทางร่างกาย และจิตใจ อย่างเหมาะสมและไม่เป็นไปตามหลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก โดยจากการศึกษากฎหมายต่างประเทศจากประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศส และประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะพบว่าประเทศต่าง ๆ ข้างต้น แม้ว่าเด็กจะสามารถตัดสินใจเพื่อยุติการตั้งครรภ์ได้ และการตัดสินใจของเด็กไม่ควรถูกยับยั้งโดยบุคคลที่สามก็ตาม แต่ประเทศเหล่านั้นจะไม่ปล่อยให้เด็กตัดสินใจเพื่อยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างอิสระ โดยการตัดสินใจของเด็กในประเทศข้างตนจะมีผู้ใช้อำนาจปกครอง ได้แก่ บิดา มารดาหรือผู้ปกครอง หน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมเข้ามาเกี่ยวข้องในการดูแลการตัดสินใจและทำความเข้าใจกับเด็กเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์อีกชั้นหนึ่ง ตลอดทั้งยังมีการกำหนดกระบวนการในการยุติการตั้งครรภ์สำหรับเด็กขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะทางกายภาพและทางจิตใจของเด็ก วิทยานิพนธ์เล่มนี้จึงได้ศึกษาเกี่ยวกับข้อความคิดพื้นฐานเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์รวมถึงกฎหมายต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการยุติการตั้งครรภ์ของเด็กหรือบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีว่ามีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้ความยินยอม และมาตรการพิเศษสำหรับเด็กอย่างไรบ้าง โดยนำมาเป็นฐานความคิดในการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับกฎหมายไทยที่ยังไม่มีความชัดเจนในส่วนนี้ต่อไป เพื่อให้เกิดมาตรการที่เหมาะสมและสอดคล้องกับหลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-08-29



