five

ประสิทธิผลการบริหารจัดการคดีของศาลปกครองกลางระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ตามนโยบายประธานศาลปกครองสูงสุด

收藏
DataCite Commons2025-01-08 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.1143
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ประสิทธิผลการบริหารจัดการคดีของศาลปกครองกลาง ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ตามนโยบายประธานศาลปกครองสูงสุด มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการบริหารจัดการคดีของศาลปกครองกลางระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (เดือนตุลาคม 2566 - พฤษภาคม 2567) รวมทั้งศึกษาปัญหา อุปสรรคการบริหารจัดการคดี เพื่อเสนอแนวทางการดำเนินงานการบริหารจัดการคดีให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) สถิติคดีปกครองของศาลปกครองกลาง เอกสารการประชุม คำสั่ง ประกาศ หนังสือราชการ และเอกสารอื่นที่เป็นข้อมูลการบริหารจัดการคดี ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการบริหารจัดการคดีของศาลปกครองกลางให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ประกอบด้วย ด้านนโยบายและกฎหมาย ด้านการบริหารจัดการ และด้านหน่วยงานผู้ปฏิบัติตามนโยบาย และผู้ศึกษาได้ค้นพบเพิ่มเติมว่า ภาระงานกับอัตรากำลังคน การให้ความสำคัญกับแรงจูงใจ มีส่วนสำคัญในการบริหารจัดการคดีให้เกิดประสิทธิผลเช่นกันสรุปผลการศึกษาครั้งนี้พบว่า การบริหารจัดการคดีของศาลปกครองกลาง ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 - พฤษภาคม 2567 (8 เดือน) ศาลปกครองกลางสามารถพิจารณาพิพากษาโดยออกหมายเลขแดงได้ จำนวน 2,100 คดี เฉลี่ยเดือนละ 262 คดี คือ สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายของแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่มีเป้าหมายตัวชี้วัดผลดำเนินงานที่เดือนละ 245 คดี แต่ปัญหาคดีที่อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลปกครองกลางที่สะสมมาหลายปี จำนวนกว่า 6,500 คดี ยังไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการบริหารจัดการคดีตามวิธีการที่ศึกษา เพราะปัญหาที่แท้จริงคือ ภาระงานกับอัตรากำลังคนไม่สอดคล้องกัน อีกทั้งปัญหาเรื่องของการส่งเสริมให้คู่กรณีเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทยังคงต้องมีการปรับปรุง และไม่มีกระบวนการสนับสนุนเพื่อคัดกรองความยุ่งยากซับซ้อนของคดีปกครองก่อนจ่ายสำนวนให้กับองค์คณะ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของบุคลากรสายงานหลักและสายงานสนับสนุนในการพิจารณาพิพากษาคดียังคงมีการสื่อสารที่ดีในระหว่างการปฏิบัติตามนโยบาย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเข้าใจและร่วมมือกันแก้ปัญหาและอุปสรรคได้ตลอดมา จนส่งผลให้ผลการดำเนินงานบรรลุเป้าหมาย ดังนั้น เพื่อให้กระบวนการบริหารจัดการคดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น จนสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องการจัดการคดีค้างสะสมได้มากขึ้น ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองควรกำหนดนโยบายส่งเสริมให้คู่กรณีที่ฟ้องคดีเข้าใหม่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีปกครองมากขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกในการยุติข้อพิพาททางปกครอง จะสามารถลดคดีปกครองที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาเต็มรูปแบบได้ อีกทั้งควรมีแผนงานหรือโครงการบริหารจัดการคดีนอกเวลาราชการ พร้อมกับการสร้างแรงจูงใจกับผู้ปฏิบัติงาน โดยให้ได้รับค่าตอบแทนหรือค่าล่วงเวลาอย่างเหมาะสม รวมไปถึงการพิจารณาให้มีกระบวนการทำงานที่ช่วยคัดกรองความยุ่งยากซับซ้อนของคดีปกครองโดยผู้เชี่ยวชาญด้านคดีปกครองก่อนจ่ายสำนวนคดีให้กับองค์คณะ เพื่อให้ลดขั้นตอนและลดระยะเวลาในการพิจารณาคดี ประกอบกับสำนักงานศาลปกครองควรศึกษาการนำเทคโนโลยี Machine Learning มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการพิจารณาคดี เช่น การสรุปสำนวน การจัดทำคำแถลงการณ์ และการร่างคำสั่ง/คำพิพากษา เป็นต้น แต่ยังคงต้องอาศัยดุลพินิจของบุคลากรสายงานหลักอย่างตุลาการและพนักงานคดีปกครอง เพื่อรักษาคุณภาพของการพิจารณาคดี และลดปัญหาการขาดแคลนอัตรากำลังคน และสุดท้ายสิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุด คือ การสร้างแรงจูงใจให้กับทั้งบุคลากรสายงานหลักและสายงานสนับสนุนให้มีความพึงพอใจกับงานที่ทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาค่าตอบแทนให้เหมาะสมเป็นธรรมเป็นไปตามหลักเกณฑ์และความสามารถ การสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานให้สะดวกสบาย เป็นต้น ซึ่งทำให้เกิดผลดีต่อองค์กร ลดปัญหาสุขภาพกายและใจ และเพื่อกระตุ้นให้เกิดความกระตือรือร้นในการให้ความร่วมมือกันทำงานให้บรรลุเป้าหมาย
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-01-08
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务