five

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดในการทำงานของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในจังหวัดนครปฐม

收藏
DataCite Commons2024-07-24 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.313
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวาง (Cross sectional study) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดในการทำงานของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในจังหวัดนครปฐม ซึ่งมีกลุ่มตัวอย่างจำนวน 226 คน และทำการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของตัวแปรโดยการใช้การทดสอบ Chi-square ผลการศึกษาพบว่า เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพในเขตจังหวัดนครปฐมส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 81.42 มีกลุ่มอายุอยู่ในช่วง 26-30 ปี ร้อยละ 70.80 ระดับการศึกษาสูงสุด คือ ระดับปริญญาตรี ความชุกของความเครียดในการทำงานของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในจังหวัดนครปฐม มีความชุกเท่ากับร้อยละ 8.85 และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อความเครียดในการทำงานภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งปัจจัยด้านลักษณะงานมีความสัมพันธ์ต่อความเครียดในการทำงาน ได้แก่ ระยะเวลาปฏิบัติงาน (p = 0.037) ปริมาณงานมากเกินไปสำหรับการปฏิบัติงานภายในเวลางาน (p = 0.004) งานที่ทำไม่ตรงกับความสามารถหรือความถนัด (p = 0.004) บทบาทหน้าที่การทำงานไม่มีความชัดเจน (p < 0.001) ต้องทำงานนอกเหนือความรับผิดชอบ (p = 0.006) ลักษณะโครงสร้างหรือการแบ่งงานไม่ชัดเจน (p = 0.006) การเสียเวลาและพลังงานไปมากในการทำงานจนทำให้เกิดผลลบต่อชีวิตส่วนตัว (p = 0.001) และมีภาระการทำงานที่ต้องทำให้เสร็จสิ้นจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว (p =0.001) และปัจจัยที่เกิดขึ้นในสถานการณ์โควิด-19 ที่มีความสัมพันธ์ต่อความเครียดในการทำงาน ได้แก่ งานที่ทำมีความซับซ้อนของระบบงานและการสื่อสาร (p = 0.023) อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังคงสามารถแบ่งเวลาเพื่อร่วมกิจกรรมในครอบครัวได้ แม้จะบางครั้งจะมีภาระการทำงานที่ต้องทำให้เสร็จสิ้น (p = 0.025) และหน่วยงานส่วนใหญ่ยังมีการส่งเสริมขวัญกำลังใจในการทำงาน (p = 0.042) ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยดังกล่าวอาจช่วยลดการเกิดความเครียดในการทำงานได้ ดังนั้น เพื่อเป็นแนวทางในการลดความเครียดจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ควรจัดหาโปรแกรมการประเมินเชิงลึกหรือการให้คำปรึกษาเฉพาะด้านเรื่องปัญหาสุขภาพร่างกายและจิตใจที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงานและพิจารณาการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานภายในองค์กรเพื่อให้ส่งผลดีในเรื่องจิตใจของผู้ปฏิบัติงานมากขึ้น
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-07-24
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务