five

หน้าที่ของรัฐในการจัดทำบริการสาธารณสุข: ศึกษากรณีการจัดหาวัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดต่ออันตราย

收藏
DataCite Commons2023-09-22 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.736
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหน้าที่ของรัฐในการปกป้องคุ้มครองชีวิตและสุขภาพของประชาชนจากโรคติดต่อร้ายแรงซึ่งเป็นภัยคุกคามแก่ชีวิตและร่างกายของประชาชน โดยมุ่งเน้นหน้าที่การจัดทำบริการสาธารณสุขศึกษากรณีการจัดหาวัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดต่ออันตราย ทั้งในหลักการทั่วไปและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 รวมถึงศึกษามาตรการของรัฐในการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของประเทศไทย รัฐอิสราเอลและสาธารณรัฐเกาหลี รวมถึงวิธีการติดตาม เร่งรัดให้รัฐต้องดำเนินการตามหน้าที่ของรัฐที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อร้ายแรงซึ่งเป็นภัยคุมคามแก่ชีวิต ร่างกายและอนามัยของบุคคลเพื่อเป็นแนวทางในการจัดหาวัคซีนสำหรับป้องกันโรคติดต่ออันตรายสำหรับกรณีที่เกิดโรคอุบัติใหม่หรือโรคอุบัติซ้ำในอนาคต โดยศึกษาค้นคว้าจากเอกสาร ได้แก่ ตําราวิชาการ รายงานการวิจัย บทความ วิทยานิพนธ์ รัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่น ๆ ตลอดจนข่าวสารและเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งเอกสารภาษาไทยและภาษาต่างประเทศที่เกี่ยวกับหน้าที่ของรัฐและมาตรการของรัฐในการจัดหาวัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดต่ออันตรายให้แก่ประชาชน ผลการศึกษาพบว่าในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อร้ายแรงซึ่งเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อชีวิต ร่างกาย และอนามัยของประชาชน รัฐซึ่งเป็นหน่วยทางสังคมที่เกิดขึ้นมาจากการรวมตัวกันของมนุษย์ก็เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ย่อมมีภารกิจสำคัญในการปกป้องดูแลซึ่งชีวิต ร่างกาย อนามัยของประชาชน ภารกิจดังกล่าวได้นำไปสู่การเกิดขึ้นของหน้าที่ของรัฐที่ต้องดำเนินการเพื่อคุ้มครองสิทธิในการดำรงชีวิตซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนภายในรัฐตามที่ปรากฏในกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และหากรัฐมีข้อบกพร่องในการคุ้มครองประชาชนภายใต้การแพร่ระบาดของโรคติดต่อร้ายแรงอาจถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิในการมีชีวิตของประชาชนได้ ดังนั้น ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) รัฐจึงมีหน้าที่หลักในการคุ้มครองดูแลชีวิตและสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีการกำหนดสิทธิของประชาชนและหน้าที่ของรัฐไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ไว้อย่างชัดเจน คือ มาตรา 47 วรรคสาม กำหนดให้ประชาชนมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้ ประกอบกับเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่บัญญัติหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ มาตรา 55 กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง โดยบริการสาธารณสุข ต้องครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมและป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพด้วยการพิจารณาหน้าที่ของรัฐในการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตราย แต่อย่างไรก็ดีแม้จะมีการบัญญัติให้มีหน้าที่ของรัฐอย่างชัดเจน แต่การพิจารณาสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับโรคติดต่ออันตรายจะพิจารณาทั้งสองมาตราควบคู่กันซึ่งทำเกิดความซับซ้อนในการตีความทั้งในเรื่องหน้าที่ของรัฐและสิทธิของประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายว่ารัฐมีหน้าที่เพียงใดและประชาชนสามารถได้รับสิทธิดังกล่าวเพียงใด อีกทั้งกรณีรัฐไม่ได้ดำเนินการให้ประชาชนได้รับการป้องกันหรือขจัดโรคติดต่ออันตรายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ประชาชนจะสามารถดำเนินการเร่งรัด ติดตาม ในรัฐดำเนินการเพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิตามรัฐธรรมนูญได้อย่างไร ปัญหาดังกล่าวเกิดมาจากการที่รัฐธรรมนูญมีความซ้ำซ้อนในการกำหนดสิทธิของประชาชนและหน้าที่ของรัฐและอาจส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถได้รับสิทธิในการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งมาตรการในการจัดหาวัคซีนและการกระจายวัคซีนของประเทศไทยก็ประสบปัญหาหลายประการ ได้แก่ ปัญหาการจัดหาวัคซีนล่าช้า ปัญหาการขาดแคลนวัคซีน ปัญหาการจัดหาวัคซีนที่ไม่มีประสิทธิภาพและไม่ตรงต่อความต้องการของประชาชน รวมถึงปัญหาการจัดให้มีวัคซีนทางเลือก ทำให้ดำเนินการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในแก่ประชาชนไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ เห็นได้ว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจากการที่รัฐไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้รัฐต้องจัดหาวัคซีนเพื่อป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายที่มีประสิทธิภาพให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง และยังถือว่ารัฐละเมิดซึ่งสิทธิในการมีชีวิตของประชาชน ซึ่งเป็นภารกิจหลักของรัฐที่ต้องปกป้อง คุ้มครองและไม่ละเมิดสิทธิดังกล่าว จึงมีข้อเสนอแนะ คือ กรณีมีการจัดทำรัฐธรรมนูญโดยแยกหมวดหน้าที่ของรัฐจากหมวดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ควรบัญญัติสิทธิในการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐไว้หมวดหน้าที่ของรัฐด้วย โดยกำหนดให้รัฐมีหน้าที่ป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายให้แก่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมและทันต่อสถานการณ์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เนื่องจากภัยจากโรคติดต่อหรือโรคอุบัติใหม่โดยเฉพาะโรคที่มีความรุนแรงที่กระทบต่อประชาชนอย่างร้ายแรง และยังส่งผลกระทบไปยังภาคส่วนอื่น ๆ เช่น กระทบต่อเศรษฐกิจ กระทบต่อสังคม เป็นต้น จึงควรกำหนดให้มีความชัดเจนว่ารัฐมีหน้าที่ต้องคุ้มครองประชาชนภายในรัฐ อย่างไร ดังนั้น การบัญญัติสิทธิดังกล่าวในหมวดว่าด้วยหน้าที่ของรัฐ เพื่อเป็นการกำหนดให้รัฐต้องดำเนินการโดยทันทีไม่จำต้องมีการเรียกร้องของประชาชนซึ่งจะตรงกับเจตนาของผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่มีความมุ่งหมายให้การกำหนดหน้าที่ของรัฐจะทำให้สิทธิของประชาชนเป็นรูปธรรมมากขึ้นอีกทั้งยังส่งผลให้ประชาชนหรือชุมชนสามารถใช้สิทธิติดตาม เร่งรัด และฟ้องร้องต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้ด้วย ทั้งนี้ แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะไม่ได้บัญญัติหน้าที่ของรัฐเกี่ยวกับการจัดการโรคติดต่ออันตรายไว้อย่างชัดเจน รัฐหน้าที่หลักในการปกป้องและไม่ละเมิดซึ่งสิทธิในการมีชีวิตของประชาชนภายในรัฐ หมายความว่า รัฐไม่อาจปฏิเสธที่การป้องกันภัยคุกคามประชาชนได้ รัฐยังต้องมีหน้าที่ป้องกันและขจัดโรคต่ออันตรายเพื่อให้ประชาชนสามารถได้รับสิทธิในการมีชีวิตอย่างเต็มที่ โดยหาวิธีการหรือมาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองดูแลชีวิตและสุขภาพของประชาชน จึงอาจสรุปได้ว่า ไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะบัญญัติหน้าที่ของรัฐในการป้องกันหรือขจัดโรคติดต่ออันตรายหรือไม่ รัฐผูกพันต่อหน้าที่ดังกล่าว สำหรับในส่วนข้อเสนอแนะเกี่ยวกับมาตรการจัดหาวัคซีนและการบริหารจัดการวัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดต่ออันตรายโดยมีตัวอย่างการศึกษาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) รัฐต้องดำเนินการเพื่อรักษาไว้ซึ่งชีวิตของประชาชนโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะวัคซีนที่มีผลในการป้องกันการติดเชื้อสำหรับบุคคลยังส่งผลต่อการยับยั้งการแพร่ระบาดจึงเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับรักษาไว้ซึ่งชีวิตของประชาชน รัฐจึงมีหน้าที่ในการจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพให้แก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด และทันต่อสถานการณ์ด้วย ดังนั้น มาตรการจัดหาวัคซีนของจึงไม่ควรผูกขาดหรือพึ่งพาวัคซีนชนิดใดชนิดหนึ่ง รัฐควรจัดหาวัคซีนให้มีความหลายหลากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อทำให้สามารถจัดสรรวัคซีนแต่ละชนิดให้มีความเหมาะสมกับแต่ละบุคคลและสถานการณ์ต่างกันไปซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการป้องกันและลดอัตราการแพร่ระบาด การเจ็บป่วย รวมถึงการเสียชีวิตของประชาชน และรัฐควรสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนเพราะความเชื่อมั่นในวัคซีนของรัฐมีผลต่อการประสิทธิภาพในการทำงานของรัฐและส่งผลต่อความเต็มใจในการเข้ารับวัคซีนซึ่งทำให้อัตราการฉีดวัคซีนจะเป็นไปด้วยความรวดเร็ว โดยรัฐจะต้องจัดหาวัคซีนในจำนวนที่เพียงต่อประชาชนในการยับยั้งการแพร่ระบาดและเป็นวัคซีนที่ประชาชนไว้วางใจต่อประสิทธิภาพ ความปลอดภัยและมีความโปร่งใสในขั้นตอนการจัดหาวัคซีน ประเด็นสุดท้ายหากรัฐไม่สามารถดำเนินการจัดหาวัคซีนได้อย่างเพียงพอตรงต่อความต้องการของประชาชนและอนุญาตให้มีวัคซีนทางเลือกโดยให้ประชาชนเสียค่าใช้จ่ายเองในช่วงเริ่มต้น รัฐควรชดเชยเงินหรือค่าใช้จ่ายที่ประชาชนจำต้องเสียไปในการฉีดวัคซีนนั้นก่อนมิฉะนั้นจะถือว่าเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่กำหนดให้ประชาชนมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-22
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务