ปัจจัยทำนายความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากและการเข้ารับบริการทันตกรรมของผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2
收藏DataCite Commons2025-11-19 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2025.13
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทำนายแบบภาคตัดขวาง เพื่อศึกษาปัจจัยทำนายความรอบรู้ด้านสุขภาพ ช่องปากและการเข้ารับบริการทันตกรรมของผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 176 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม ประกอบด้วย 1) ข้อมูลทั่วไป 2) แรงสนับสนุนทางสังคม 3) การใช้สื่อด้านสุขภาพ 4) ความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก และ 5) การเข้ารับบริการทันตกรรม มีค่าความตรงเชิงเนื้อหา เท่ากับ .80, 1.00, .90, และ 1.00 ตามลําดับ โดยมีการตรวจสอบค่าความเชื่อมั่น โดยวิธีหาสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาค มีค่าเท่ากับ .91, .80 และ .96 ตามลำดับ ในส่วนของแบบประเมินการเข้ารับบริการทันตกรรม ตรวจสอบค่าความเชื่อมั่น โดยวิธีหาค่าสัมประสิทธิ์คัปปาของโคเฮน มีค่าเท่ากับ .41 และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา การวิเคราะห์ทางสถิติการถดถอยพหุคูณ และการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติคผลการศึกษาพบว่า ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มีความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (56.07 + 11.26) และพบว่ามีความตั้งใจเข้ารับบริการทันตกรรม หากในอนาคตมีปัญหาสุขภาพช่องปาก (ร้อยละ 56.8) ผลการวิเคราะห์ทางสถิติการถดถอยพหุคูณ พบว่า ปัจจัยลักษณะบุคคล (ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา) ปัจจัยที่กำหนดสถานการณ์ ได้แก่ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (ได้แก่ การมีอุปกรณ์เข้าถึงและความสามารถเข้าถึง) แรงสนับสนุนทางสังคม การใช้สื่อด้านสุขภาพ สามารถร่วมทำนายความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากของผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ได้ร้อยละ 71.20 (adjusted R2 = .712, F = 49.009, p < .01) โดยแรงสนับสนุนทางสังคม (β = .568, p < .01) การใช้สื่อด้านสุขภาพ (β = .266, p < .01) และอายุ (β= -.143, p < .05) เป็นปัจจัยทำนายความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากของผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อควบคุมความเสี่ยงต่อการเกิดโรคปริทันต์อักเสบและระยะเวลาการเป็นเบาหวาน ผลการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติค พบว่า ปัจจัยลักษณะบุคคล (ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา) ปัจจัยที่กำหนดสถานการณ์ ได้แก่ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (ได้แก่ การมีอุปกรณ์เข้าถึงและความสามารถเข้าถึง) แรงสนับสนุนทางสังคม การใช้สื่อด้านสุขภาพ ความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก สามารถอธิบายความผันแปรของโอกาสการมีความตั้งใจเข้ารับบริการทันตกรรมได้ร้อยละ 51.1 และพบว่าเพศ ระดับการศึกษา แรงสนับสนุนทางสังคม และความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากมีอิทธิพลต่อโอกาสการมีความตั้งใจเข้ารับบริการทันตกรรมของผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยเพศหญิงมีโอกาสการมีความตั้งใจเข้ารับบริการทันตกรรม 3.237 เท่าของเพศชาย ผู้ที่มีระดับการศึกษาสูงกว่าประถมศึกษามีโอกาสการมีความตั้งใจเข้ารับบริการทันตกรรม 3.874 เท่าของผู้ที่มีการศึกษาระดับประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ผู้ที่มีคะแนนของแรงสนับสนุนทางสังคมเพิ่มขึ้นมีโอกาสการมีความตั้งใจเข้ารับบริการทันตกรรม เพิ่มขึ้น 1.157 เท่า และผู้ที่มีคะแนนของความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากเพิ่มขึ้นมีโอกาสการมีความตั้งใจเข้ารับบริการทันตกรรม เพิ่มขึ้น 1.093 เท่า เมื่อควบคุมความเสี่ยงต่อการเกิดโรคปริทันต์อักเสบ และระยะเวลาการเป็นเบาหวาน และยังพบว่า แรงสนับสนุนทางสังคมมีอิทธิพลทางอ้อมต่อการมีความตั้งใจเข้ารับบริการทันตกรรมของผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งมีความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากเป็นตัวแปรส่งผ่าน โดยผู้ที่มีแรงสนับสนุนทางสังคมและมีความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากมีโอกาสการมีความตั้งใจเข้ารับบริการทันตกรรม เพิ่มขึ้น 2.469 เท่า จากผลการศึกษาครั้งนี้ ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับพยาบาลและบุคลากรการแพทย์ในการพัฒนาแนวทางการดูแลผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 เพื่อส่งเสริมให้มีความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก โดยสนับสนุนให้บุคคลในครอบครัว เพื่อน บุคลากรการแพทย์เข้ามามีส่วนร่วมเป็นแรงสนับสนุนให้มีการใช้สื่อด้านสุขภาพ ซึ่งต้องสามารถประเมินและเลือกรูปแบบข้อมูลด้านสุขภาพให้เหมาะสมตามความสามารถรายบุคคล และให้ความสำคัญในการเพิ่มระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากโดยเฉพาะผู้สูงอายุมากขึ้น อาจจะนำไปสู่การมีความตั้งใจในการเข้ารับบริการทันตกรรมในอนาคต หากมีปัญหาสุขภาพช่องปากได้
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-11-19



