หลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก: ศึกษากรณีสิทธิในการเลือกนับถือศาสนาของผู้เยาว์
收藏DataCite Commons2026-02-11 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2025.148
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ศาสนาเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ในทุกยุคสมัยโดยมีบทบาทสำคัญในการยึดเหนี่ยวจิตใจ หล่อหลอมจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมทางสังคมที่สอดคล้องกับหลักความถูกต้องอันนำไปสู่การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข ทั้งยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างอัตลักษณ์ความเป็นตัวตนของบุคคลซึ่งมีอิทธิพลต่อวิธีคิด การตัดสินใจ และพฤติกรรมของมนุษย์ในหลายด้าน การรับรองเสรีภาพในการนับถือศาสนาจึงเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรับรองทั้งในระดับระหว่างประเทศ และระดับกฎหมายภายใน โดยเฉพาะในรัฐธรรมนูญของไทยที่ให้การรับรองเสรีภาพในการนับถือศาสนาของพลเมืองไว้อย่างชัดเจนอย่างไรก็ดี การบังคับใช้กฎหมายภายในของไทยยังคงขาดความชัดเจนในกรณีของการเลือกนับถือศาสนาของผู้เยาว์ที่อยู่ภายใต้อำนาจปกครองของผู้ปกครอง ซึ่งความไม่ชัดเจนของบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญอาจก่อให้เกิดปัญหาการจำกัดสิทธิเสรีภาพของผู้เยาว์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้เยาว์มีความเชื่อทางศาสนาที่แตกต่างจากครอบครัว หรือสังคมแวดล้อม ซึ่งการไม่สามารถแสดงออกถึงศรัทธาของตนได้อย่างปลอดภัยและเสรีอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางด้านอัตลักษณ์และอารมณ์ของเด็กในระยะยาว โดยเฉพาะเด็กในยุคปัจจุบัน หรือ Gen Z ที่ต้องการการยอมรับจากครอบครัวและสังคมมากกว่าในยุคก่อนภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ.1989 ซึ่งประเทศไทยให้สัตยาบันรับรอง ได้บัญญัติหลักการสำคัญเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของเด็กไว้หลายประการ โดยเฉพาะหลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก (The Best Interests of The Child) ซึ่งเป็นแนวทางพื้นฐานในการดำเนินการทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเด็ก รวมถึงการรับรองสิทธิของเด็กในการแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่มีผลกระทบต่อตนเองตามความเหมาะสมทางวุฒิภาวะและสติปัญญาภายใต้อำนาจปกครองของผู้ปกครอง ซึ่งหลักการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างสิทธิและเสรีภาพของเด็กในฐานะ ปัจเจกบุคคลกับสิทธิและหน้าที่ของผู้ปกครองในการอบรมเลี้ยงดูเด็ก ตลอดจนผู้เยาว์ตามกฎหมายที่แม้ในบางช่วงอายุจะพ้นจากสถานะเด็กตามนิยามในอนุสัญญาฯ และพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 แล้วก็ตาม ทั้งนี้ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานดังนั้น สิทธิในการเลือกนับถือศาสนาของผู้เยาว์จึงต้องได้รับการพิจารณาอย่างระมัดระวัง โดยต้องคำนึงถึงความสามารถในการใช้เหตุผล ความมั่นคงทางจิตใจ และระดับของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สิทธิดังกล่าว ซึ่งหากมิใช่สถานการณ์ที่มีแนวโน้มก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อชีวิต ร่างกาย หรือเพศของเด็ก อันมีผลให้ต้องได้รับการคุ้มครองแบบจำเป็นเร่งด่วน การคุ้มครองสิทธิเด็กควรได้รับการพิจารณาในฐานะสิ่งที่สำคัญอันดับแรก (Primary Consideration) เท่านั้น มิใช่การพิจารณาคุ้มครองสิทธิเด็กในฐานะสิ่งที่สำคัญที่สุด (Paramount Consideration) เหนือประโยชน์อื่นใดของสังคม ซึ่งการพิจารณาถึงระดับความเหมาะสมในการคุ้มครองสิทธิเด็กดังกล่าวเป็นการถ่วงดุลระหว่างสิทธิเสรีภาพของเด็กตามรัฐธรรมนูญกับสิทธิและหน้าที่ของผู้ปกครอง ตลอดจนความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวมนอกจากนี้ การศึกษานี้ได้ศึกษาถึงกฎหมายต่างประเทศที่ใช้ระบบกฎหมายแบบลายลักษณ์อักษร (Civil Law) รวมถึงหลักการทางจิตวิทยาพัฒนาการของเด็กมาวิเคราะห์เปรียบเทียบเพื่อปรับใช้กับกฎหมายภายในให้มีความเหมาะสมกับบริบททางสังคมของไทยในปัจจุบัน โดยได้เสนอให้มีการกำหนดเกณฑ์อายุที่ชัดเจนของผู้เยาว์ในการใช้สิทธิเลือกนับถือศาสนาให้สอดคล้องกับพัฒนาการทางด้านจิตวิทยาควบคู่กับการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเด็กโดยไม่ละเลยต่อสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ปกครอง
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2026-02-11



