five

พระราชบัญญัติป้องกันปราบปรามการทรมานการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565: ศึกษากรณีการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่อง

收藏
DataCite Commons2024-08-30 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.494
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ปัญหาการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่อง ตามพระราชบัญญัติป้องกันปราบปรามการทรมานการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ซึ่งถือเป็นปัญหาเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยเป็นอย่างมาก ประกอบกับบริบทของสังคมไทยที่ถือว่าการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายเป็นเรื่องที่ร้ายแรงและไม่สามารถรับได้ เนื่องจาก เจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าพนักงานตำรวจถือเป็นที่พึ่งหลักของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ดังนั้น หากเจ้าพนักงานตำรวจกลับเป็นผู้กระทำอาชญากรรมไม่ว่าจะเป็นในลักษณะรูปแบบเดี่ยวหรือร่วมกันในลักษณะรูปแบบกลุ่ม ย่อมส่งผลให้กระบวนการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนของผู้ถูกควบคุมตัวเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง และไม่อาจยึดถือเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อีก รวมไปถึงเพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment: CAT) อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ (International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance: ICPPED) และอนุสัญญาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอันเป็นหลักสากลควบคู่กันไปด้วย ตามปัญหาดังกล่าว วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ใช้วิธีการวิจัยและศึกษาเชิงเอกสาร โดยเปรียบเทียบหลักเกฑณ์ของกฎหมายอาญาในการบันทึกภาพและเสียงของประเทศอังกฤษ ประเทศออสเตรเลีย และประเทศเยอรมนี ตลอดจนการศึกษาแนวความคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับหลักสิทธิมนุษยชน หลักการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 รวมถึงสภาพปัญหาและผลกระทบเกี่ยวกับการบันทึกภาพและเสียงของเจ้าหน้าที่ของรัฐในบริบทต่าง ๆ ซึ่งผลการศึกษาพบว่า การบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่อง ตามพระราชบัญญัติป้องกันปราบปรามการทรมานการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ควรได้รับการแก้ไขเพิ่มเติม 3 ประการ คือ การกำหนดให้มีการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในชั้นสอบสวน การกำหนดฐานความผิดที่เหมาะสมในการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่อง และการกำหนดโทษกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 22 โดยไม่มีเหตุสุดวิสัย ให้เป็นฐานความผิดเฉพาะ แยกต่างหากจากความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อันเป็นฐานความผิดทั่วไป โดยการแก้ไขเพิ่มเติมไว้ในพระราชบัญญัติ ทั้งนี้ เพื่อลดช่องว่างของกฎหมาย ก่อให้เกิดความเป็นธรรมและความโปร่งใสต่อทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน รวมทั้งทำให้การดำเนินกระบวนยุติธรรมในชั้นเจ้าพนักงานเกี่ยวกับการบันทึกภาพและเสียงกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแก่ประชาชนเป็นไปอย่างสมดุล เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ต่อไป
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-08-30
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务