การพัฒนาหลักประกันการคุ้มครองสิทธิของบุคคลผู้ถูกร้องขอให้ส่งข้ามแดนในคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551
收藏DataCite Commons2022-09-01 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2021.505
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
พระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 มีบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกขอให้ส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดนที่ไม่ชัดเจนเพียงพอ โดยไม่มีการนำหลักสำคัญในเรื่องการคุ้มครองสิทธิในคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนหลายประการ เช่น หลักห้ามเลือกปฏิบัติ หลักห้ามทรมาน ฯลฯ มาบัญญัติไว้ในกฎหมาย ในขณะที่สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนส่วนใหญ่ที่ประเทศไทยทำกับบางประเทศ มีบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิดังกล่าวอยู่ ส่งผลให้ในทางปฏิบัติ ข้อต่อสู้ของผู้ถูกขอให้ส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดนมักไม่เป็นผล ศาลมักมีคำสั่งให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนเป็นส่วนใหญ่ โดยเป็นที่ทราบกันในทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในองค์กรตำรวจและองค์กรอัยการว่า กรณีที่ประเทศไทยส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้รัฐผู้ร้องขอ มีสัดส่วนสูงกว่ากรณีที่รัฐบาลต่างประเทศส่งผู้ร้ายข้ามแดนมาให้ประเทศไทย ในขณะที่กระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้น แม้จะเป็นเรื่องความร่วมมือระหว่างรัฐ แต่ก็ถือเป็นแขนงหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งฝ่ายผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาอย่างมาก ในส่วนของผู้ถูกขอให้ส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ย่อมต้องเผชิญกับกระบวนการคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่มีความยุ่งยากสลับซับซ้อนใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน ในคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนเรื่องหนึ่งอาจต้องมีการพิจารณากฎหมายหลายประเทศ การแสวงหาตระเตรียมพยานหลักฐานในการต่อสู้คดี รวมถึงการหาทนายความที่มีความรู้ความสามารถและเชี่ยวชาญด้านภาษาต่างประเทศ เป็นเรื่องยากในทางปฏิบัติ การส่งผู้ร้ายข้ามแดนย่อมเป็นการกระทบต่อสิทธิของบุคคลที่ถูกส่งตัวในการอยู่ต่อในประเทศที่ถูกขอส่งตัว กรณีลงหลักปักฐานและมีครอบครัว การถูกส่งตัวไปดำเนินคดีอีกประเทศหนึ่งย่อมทำให้การเยี่ยมเยียนของครอบครัวและญาติทำได้ยากขึ้น ในขณะเดียวกัน ฝ่ายรัฐผู้กล่าวหาซึ่งร้องขอส่งตัวก็ต้องการความยุติธรรม นำตัวผู้กระทำความผิดในรัฐหนึ่งกลับมาดำเนินคดีในรัฐนั้นเพื่อเป็นมาตรฐานของสังคม จึงก่อให้เกิดคำถามว่า มาตรฐานการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกขอให้ส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดนตามกฎหมายปัจจุบันของประเทศไทย คือ พระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 มีความชัดเจนเพียงพอหรือไม่ การปรับปรุงยกระดับของสิทธิจะทำให้ประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและความร่วมมือทางกฎหมายระหว่างประเทศได้รับผลกระทบ หรือลดทอนประสิทธิภาพลงไปหรือไม่ ผู้วิจัยเห็นว่า ควรแก้ไขพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 และแนวทางการดำเนินคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดน ให้มีมาตรการคุ้มครองสิทธิของของผู้ถูกขอให้ส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดนให้มากขึ้นเพื่อรักษามาตรฐานของสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในส่วนคดีประเภทนี้ โดยผู้วิจัยเห็นว่า การปรับปรุงการคุ้มครองสิทธิดังกล่าวจะไม่ทำให้เสียประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและความร่วมมือทางกฎหมายระหว่างประเทศ ในทางกลับกัน จะเป็นการยกระดับมาตรฐานทางกฎหมายของประเทศให้สอดคล้องกับพันธกรณีกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ประเทศไทยเป็นภาคีไม่ว่าจะเป็นอนุสัญญาระหว่างประเทศพหุภาคี และสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนทวิภาคีที่ประเทศไทยทำกับประเทศต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักมีบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกขอให้ส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดนครอบคลุมมากกว่าพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 อีกทั้งเป็นการให้ดุลพินิจแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ของไทย ในการปฏิบัติงานทางกฎหมายตามความเหมาะสมต่อสถานการณ์ยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของชาติ
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-09-01



