การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดที่ดินทํากินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล: กรณีศึกษาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แจ่ม ตําบลกองแขก และตำบลท่าผา อําเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
收藏DataCite Commons2025-12-29 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.1239
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาวิจัยเรื่อง “การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดที่ดินทํากินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล กรณีศึกษา พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่แจ่ม ตําบลกองแขก และตำบลท่าผา อําเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่” มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาให้เข้าใจถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดที่ดินทํากินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ 2) เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการจัดที่ดินทํากินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และ 3) เพื่อจัดทําข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อเป็นแนวทางต้นแบบเพื่อพัฒนาการจัดที่ดินทํากินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่อื่นของประเทศไทย รวมทั้งเพื่อตอบคำถามที่ว่าปัจจัยใดบ้างที่มีผลต่อความสำเร็จในการจัดที่ดินทํากินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่แจ่ม ตําบลกองแขก และตำบลท่าผา อําเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ การศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาข้อมูลเอกสารราชการเผยแพร่ของหน่วยงานต่าง ๆ วารสาร บทความ ข่าว สารนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ ที่เกี่ยวข้อง การสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วมโดยการเข้าร่วมการประชุมระดับนโยบายในส่วนกลาง และการประชุมและลงพื้นที่ในจังหวัดพร้อมกับเจ้าหน้าที่ดําเนินงานในระดับภูมิภาคและระดับท้องถิ่น รวมทั้งการสัมภาษณ์เชิงลึกโดยสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่หน่วยงานระดับนโยบาย ส่วนกลาง เจ้าหน้าที่หน่วยงานระดับภูมิภาค เจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่ ประชาชน แกนนําชุมชน และหน่วยงานหรือองค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดที่ดินทํากินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่แจ่ม ตําบลกองแขก และตำบลท่าผา อําเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ผลการศึกษาสรุปได้ว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่แจ่ม ตำบลกองแขก และตำบลท่าผา อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ประสบความสำเร็จ ประกอบด้วย 1) การขับเคลื่อนงานผ่านโครงสร้างกลไกการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่แจ่ม โดยเฉพาะกลไกคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ (คทช. จังหวัดเชียงใหม่) และคณะทำงานการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนอำเภอแม่แจ่ม (คณะทำงาน คทช. อำเภอแม่แจ่ม) ซึ่งเป็นการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจนเกิดเป็นกลไกการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยสอดคล้องกับภารกิจหน้าที่ และอำนาจของหน่วยงาน จึงทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญของตนเพื่อแก้ไขปัญหาตามแนวทาง คทช. ได้ 2) การขับเคลื่อนการบริหารจัดการที่ดิน การดำเนินกิจกรรม และกระบวนการตามแนวทาง คทช. ให้ความสำคัญกับประชาชนโดยคำนึงถึงความต้องการแก้ไขปัญหาการไม่มีที่ดินทำกินให้แก่ประชาชน และคำนึงถึงการป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติมเพื่อความยั่งยืนของพื้นที่ป่าในประเทศไทย อีกทั้งยังมุ่งเน้นการพัฒนาให้ประชาชนในชุมชนเข้มแข็งจากการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาดให้ประชาชนมีเศรษฐกิจในชุมชนที่ดี สามารถพึ่งพาตนเองได้เพื่อความเจริญรุ่งเรืองเติบโตทางเศรษฐกิจของชุมชน ลดความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่เพื่อเพิ่มสันติภาพให้เกิดขึ้นในพื้นที่ 3) การสื่อสารและทำความเข้าใจที่ดีระหว่างภาครัฐ ประชาชน ภาคเอกชน และองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้อง สร้างความชัดเจนในการปฏิบัติตามแนวทาง คทช.มีความสำคัญอย่างมากที่จะทำให้เกิดการยอมรับและปฏิบัติตามไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งภาครัฐทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น มีการสื่อสารการดำเนินงานระหว่างกันตามโครงสร้างกลไก และการสื่อสารของภาครัฐกับภาคเอกชน ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดการยอมรับแนวทางการดำเนินงาน คทช. โดยการสื่อสารผ่านผู้นำชุมชนเป็นหลัก พร้อมทั้งการมีเวทีเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนในชุมชนเสนอความต้องการจึงนำไปสู่การส่งเสริมพัฒนาของภาครัฐที่ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของชุมชนได้ และ 4) การมีส่วนร่วมและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน กลุ่มผู้นำชุมชน ประชาชน และตัวแสดงอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นปัจจัยความสำเร็จหลักที่จะทำให้การบริหารจัดการที่ดินให้กับประชาขนอยู่ในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน ไม่เกิดการซื้อขายเปลี่ยนมือ และทำให้ประชาชนอยู่ร่วมกับพื้นที่ป่าได้โดยสามารถทำประโยชน์พร้อมทั้งดูแลพื้นที่ป่าไปพร้อมกันได้ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันโดยยึดความต้องการของชุมชนเป็นหลัก เพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกันที่จะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีบนพื้นฐานที่ชุมชนมีความต้องการพัฒนาอย่างแท้จริงทั้งนี้ ถึงแม้ว่าปัจจัยดังกล่าวจะทำให้การดำเนินงานในพื้นที่ประสบความสำเร็จแล้วนั้น จากข้อมูลการศึกษายังสะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินงานยังมีความท้าทายซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่หลายหน่วยงานทว่าข้อจำกัดด้านงบประมาณทำให้การลงพื้นที่ของหน่วยงานไม่พร้อมกัน จึงควรมีการปรับเปลี่ยนให้มีงบประมาณแบบบูรณาการร่วมกันเพื่อทำให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งการขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่มีแนวทางปฏิบัติที่ไม่ชัดเจนทำให้เกิดความสับสนในการดำเนินงาน จึงควรมีการกำหนดแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนในทุกกิจกรรม และกระบวนการ โดยให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมเพื่อให้การนำนโยบายไปปฏิบัติในพื้นที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งการจัดประชุมของกลไกระดับพื้นที่มีจำนวนน้อยครั้งในปีงบประมาณหรือไม่มีการจัดประชุมเลยในปีงบประมาณนั้น ทำให้การขับเคลื่อนงานล่าช้าไปด้วย จึงควรกำหนดแนวทางปฏิบัติการประชุมให้เกิดขึ้นทุกปีงบประมาณโดยจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอเพื่อให้เกิดการสื่อสารระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากขึ้น และควรให้ภาครัฐสื่อสารทำความเข้าใจกับภาคเอกชนและประชาชนเพื่อร่วมวางแผนการดำเนินงานด้านอื่นเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งควรผลักดันให้เกิดการรวมตัวในพื้นที่เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมจากประชาชนในพื้นที่ในการบริหารจัดการอย่างแท้จริง โดยควรให้องค์กรในเชิงการศึกษาวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามามีโครงการร่วมกับชุมชนเพื่อค้นหาความต้องการของคนในพื้นที่ที่เหมาะสมกับพื้นที่ให้ประชาชนในชุมชนสามารถอยู่ได้ด้วยการบริหารจัดการของชุมชนของตนเอง และประเทศไทยควรมีนโยบายเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาและส่งเสริมการพัฒนาการบริหารจัดการที่ดินมากกว่าแนวนโยบายเชิงรับ รวมถึงควรมีการต่อยอดการบริหารจัดการที่ดินให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงและแนวคิดใหม่ของโลกต่อไป
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-12-29



