ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตระหนักและการใช้เทคโนโลยีความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ตามประกาศคณะกรรมการการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ: กรณีศึกษา โครงการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (inter university network)
收藏DataCite Commons2025-03-07 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.149
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
งานวิจัยเรื่อง “ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตระหนักและการใช้เทคโนโลยีความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ตามประกาศคณะกรรมการการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ: กรณีศึกษาโครงการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (Inter University Network)” เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตระหนักและการใช้เทคโนโลยีความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ตามประกาศคณะกรรมการการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ: กรณีศึกษาโครงการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (Inter University Network) และ เพื่อเสนอแนะแนวทางในการเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ให้แก่หน่วยงานของรัฐที่มีความพร้อมหรือหน่วยงานกำกับดูแลหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศในแต่ละด้าน และหน่วยงานเอกชนที่กำลังศึกษาเทคโนโลยีศูนย์ปฏิบัติการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยมีกลุ่มประชากรเป็นบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในโครงการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (Inter University Network) สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จำนวน 434 คน และใช้วิธีการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากประชากรที่ใช้ในการศึกษางานวิจัยฉบับนี้ เพื่อทำการกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างแบบทราบขนาดของประชากร (Finite Population) โดยใช้สูตร Taro Yamane (1973, p. 125) พร้อมกำหนดระดับความคลาดเคลื่อนที่ 5% จึงได้จำนวนที่ 208 ตัวอย่าง ทั้งนี้ ผู้วิจัยสามารถเก็บรวมรวมข้อมูลโดยใช้เครื่องมือที่เป็นแบบสอบถาม (Questionnaire) มาได้จำนวน 330 ชุด และได้ตัดชุดที่ไม่สมบูรณ์ออกไปแล้วเหลือจำนวนทั้งสิ้น 327 ชุด จากนั้นผู้วิจัยได้ใช้เทคนิคการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (Exploratory Factors Analysis: EFA) ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดกลุ่มองค์ประกอบใหม่ พร้อมทั้งระบุองค์ประกอบร่วม และใช้การวิเคราะห์โมเดลด้วยสมการเชิงโครงสร้าง (Structural Equation Modeling: SEM) จากนั้นผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์เส้นทางที่ส่งผลต่อการตระหนักและการใช้เทคโนโลยีความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ตามประกาศคณะกรรมการการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ: กรณีศึกษาโครงการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (Inter University Network) ด้วยเทคนิคการวิเคราะห์เส้นทาง (Path Analysis)ผลการวิจัยพบว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของการตอบแบบสอบถามจากผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย จำนวน 188 คน คิดเป็นร้อยละ 57.50 อายุส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 21-30 ปี จำนวน 145 คน คิดเป็นร้อยละ 44.30 การศึกษาส่วนใหญ่มีวุฒิการศึกษาอยู่ระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่า จำนวน 264 คน คิดเป็นร้อยละ 80.70 และ ประสบการณ์ส่วนใหญ่อยู่ที่ 3-5 ปี คิดเป็นร้อยละ 52.00 และพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความคิดเห็นต่อปัจจัยด้านทัศนคติอยู่ในระดับที่มากที่สุด รองลงมาเป็นปัจจัยด้านความตระหนัก และปัจจัยด้านความร่วมมือ ตามลำดับ โดยผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตระหนักและการใช้เทคโนโลยีความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ตามประกาศคณะกรรมการการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ: กรณีศึกษาโครงการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (Inter University Network) คือ ปัจจัยด้านทัศนคติ (Attitude) ซึ่งมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-03-07



