การระงับข้อพิพาทการลงทุนด้วยระบบศาลการลงทุนที่ริเริ่มโดยสหภาพยุโรป: ศึกษาเปรียบเทียบการระงับข้อพิพาทการลงทุนระหว่างนักลงทุนกับรัฐ
收藏DataCite Commons2023-09-22 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.739
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยยังต้องพึ่งพาการค้าการลงทุนจากต่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการลงทุนขนาดใหญ่ที่อาจจะมีมูลค่าเทียบเท่างบประมาณแผ่นดินของประเทศ นอกจากเม็ดเงินจำนวนมหาศาลแล้ว ยังมีปัจจัยด้านเทคโนโลยี การถ่ายทอดความรู้ การสร้างงานต่อยอดออกไปอีกไม่รู้จบส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจไปสู่ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางของไทยอีกด้วย การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการลงทุนย่อมก่อให้เกิดผลกระทบต่อนโยบายสาธารณะ สังคม และการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะเดียวกันนักลงทุนต่างชาติเองก็มีความวิตกกังวลว่าหากได้มีการลงทุนในประเทศไทยแล้ว พวกเขาจะได้รับการคุ้มครองด้านกฎหมายอย่างเที่ยงธรรมเพียงไรหรือไม่ รัฐบาลของประเทศนักลงทุนเองก็คำนึงถึงการปกป้องคนของตนให้ได้รับความเป็นธรรมเช่นเดียวกันผ่านช่องทางสนธิสัญญาการลงทุนที่มีข้อบทให้ความคุ้มครองและการระงับข้อพิพาทเพราะรัฐของนักลงทุนย่อมแลเห็นได้ว่ารัฐผู้รับการลงทุนนั้นย่อมมีอิทธิผลทั้งทางการเมืองและสังคมเหนือนักลงทุนทำให้เกิดความไม่เท่าเทียบในกระบวนการหาข้อยุติ ข้อพิพาทระหว่างนักลงทุนกับรัฐมีแนวโน้มสูงขึ้น แม้แต่รัฐบาลไทยเองก็ประสบกับข้อพิพาทกับนักลงทุนต่างชาติมาถึงสองครั้ง รูปแบบที่คู่พิพาทเลือกใช้ในการระงับข้อพิพาทการลงทุนที่ใช้กันอยู่ (Investor-State Dispute Settlement, ISDS) ก็ยังมีประเด็นให้วิพากวิจารณ์ทั้งในเรื่องของระยะเวลาที่ยาวนาน ค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าจะมีคำชี้ขาด ความกังขาในความเที่ยงธรรมและเป็นอิสระของผู้ทำหน้าที่พิจารณาคดี เหล่านี้ก่อให้เกิดข้อเรียกร้องในการปฏิรูปการระงับข้อพิพาทระหว่างนักลงทุนกับรัฐ หน่วยงานระดับโลกที่เกี่ยวข้องก็เห็นด้วยกับประเด็นเหล่านั้น เช่นคณะกรรมาธิการกฎหมายการค้าระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติได้มอบหมายให้คณะทำงาน 3 ที่กำลังศึกษาการปฏิรูประบบและกลไกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในขณะเดียวกันสหภาพยุโรปที่ได้มีการเจรจาการค้าการลงทุนกับประเทศต่าง ๆ ก็มีแนวคิดในการปฏิรูประบบการระงับข้อพิพาทระหว่างนักลงทุนกับรัฐขึ้นมาใหม่ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่าง ISDS และระบบศาลมานำเสนอโดยเริ่มในระดับทวิภาคีที่เรียกว่าระบบศาลการลงทุนและศาลการลงทุนพหุภาคีที่ประกอบด้วยหลายฝ่ายสหภาพยุโรปได้มีความตกลงระดับทวิภาคีไปแล้วกับประเทศแคนาดา เวียดนาม และสิงคโปร์ แต่ด้วยการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ไปทั่วโลกทำให้กิจกรรมหลายส่วนเศรษฐกิจต้องหยุดชะงักและทุกประเทศต่างต้องออกมาตรการเพื่อลดการแพร่ระบาดและการสูญเสีย ระบบศาลการลงทุนแบบทวิภาคีที่ได้มีการบัญญัติไว้ในความตกลงการเสรีต่างก็มีบทบัญญัติปูทางให้รัฐภาคีไปสู่ศาลการลงทุนพหุภาคีอีกด้วย ระบบศาลการลงทุนนี้ยังรับเอารูปแบบการระงับข้อพิพาทระหว่างนักลงทุนกับรัฐมาบรรจุไว้ในความตกลงด้วย เช่น การไกล่เกลี่ย การหารือ ในขณะเดียวกันก็นำระบบศาลมาผสม และเพิ่มกลไกในเรื่องระยะเวลา ค่าใช้จ่าย ความโปร่งใส คุณสมบัติและจริยธรรมของผู้ที่จะทำหน้าที่ตุลาการ คำตัดสินที่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน แต่เนื่องจากทั้งสองเป็นความตกลงที่เกิดขึ้นไม่นานและมีไม่กี่ประเทศจึงยังไม่มีข้อพิพาทเกิดที่จะทำให้เห็นประสิทธิภาพของระบบศาลลงทุน ผู้เขียนเห็นว่าประเทศไทยเองก็มีประสบการณ์ข้อพิพาทระหว่างนักลงทุนกับรัฐมาก่อน และยังมีอีกคดีที่ยังดำเนินการอยู่ ผู้เขียนเห็นว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้น รัฐบาลควรจะได้มีการทบทวนนโยบายสาธารณะให้สอดคล้องกับภาคส่วนเศรษฐกิจ การออกกฎ ระเบียบ คำสั่งของรัฐบาลควรจะได้คำนึง และเข้าใจถึงผลกระทบต่อบริบทที่จะตามมา มีความเป็นไปได้สูงที่ประเทศไทยอาจจะต้องเข้าร่วมระบบศาลการลงทุนทวิภาคีผ่านความตกลงการเสรีสหภาพยุโรป-ไทยเพื่อสิทธิประโยชน์ทางการค้าโดยรวม
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-22



