five

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความตั้งใจในการใช้งานแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กอย่างต่อเนื่อง

收藏
DataCite Commons2023-09-21 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.680
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความตั้งใจในการใช้งานแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ ที่มีการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการยอมรับและการใช้เทคโนโลยี และแนวคิดที่ศึกษาเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการใช้ระบบงานมาเป็นแนวทางในการสร้างกรอบแนวคิดกาวิจัย โดยงานวิจัยนี้ศึกษากับกลุ่มตัวอย่างที่มีประสบการณ์ใช้งานแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก จำนวน 185 คน ด้วยวิธีการแจกแบบสอบถามในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และนำข้อมูลที่ได้มาประมวลผลทางสถิติด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยต่าง ๆ ตามทฤษฎีและกรอบแนวคิดการวิจัย ผลการวิจัยพบว่าประสบการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและความตระหนักรู้เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวส่งผลทางตรงต่อความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและส่งอิทธิพลทางอ้อมต่อการรับรู้ความเสี่ยงเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว โดยเมื่อผู้ใช้งานที่เคยพบเจอการถูกละเมิดความเป็นส่วนตัวและขาดความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคล จะนำไปสู่การละเลยในการป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบต่าง ๆ อีกทั้งความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวส่งผลทางตรงต่อการรับรู้ความเสี่ยงเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ความคาดหวังด้านประสิทธิภาพ ความคาดหวังด้านการเรียนรู้ และอิทธิพลทางสังคมส่งผลต่อความตั้งใจในการใช้งานแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม จากผลการวิจัยพบอีกว่า ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและการรับรู้ความเสี่ยงเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวไม่ส่งผลต่อความตั้งใจในการใช้งานแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 21 – 40 ปีซึ่งอยู่ระหว่างกลุ่มเจเนอเรชันแซด (Generation Z) และ เจเนอเรชันวาย (Generation Y) โดยมุ่งเน้นการใช้งานเฟซบุ๊กในการติดตามข่าวสาร และแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันกับผู้อื่น ดังนั้นผู้ใช้งานอาจยอมรับความเสี่ยงในการใช้งานได้ เนื่องจากเมื่อพิจารณาจากประโยชน์ที่จะได้รับมีมากกว่าความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้งานเฟซบุ๊ก ดังนั้น จึงขอเสนอแนะสำหรับงานวิจัยต่อเนื่องว่าควรศึกษากลุ่มคนเจเนอเรชันเอกซ์ (Generation X) และ กลุ่มเบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomer) ซึ่งอาจมีความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและการรับรู้ความเสี่ยงเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวที่แตกต่างจากกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ อีกทั้ง ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ใช้งานแอปพลิเคชันไลน์และอินสตาแกรมที่มีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจำนวนมากและนิยมในปัจจุบัน จึงเสนอแนะงานต่อเนื่องในการศึกษาแอปพลิเคชันเครือข่ายสังคมออนไลน์ดังกล่าว
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-21
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务