ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดและการจัดการความเครียดของพนักงาน 1330 Contact Center สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
收藏DataCite Commons2024-09-23 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.936
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการความเครียด ระดับความเครียดจากการทำงาน และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดและการจัดการความเครียดของพนักงาน 1330 Contact Center ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 ใช้แบบสอบถามเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 158 คน ระหว่างวันที่ 21 กันยายน - 13 ตุลาคม 2566 เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบวัดความเครียดสวนปรุง (SPST-20) แบบสอบถามปัจจัยด้านงานที่มีผลต่อความเครียดในงานและแบบสอบถามการจัดการความเครียดในการทำงาน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Chi-square และ Pearson’s Product Moment Correlation Coefficient ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.05) ผลการศึกษาพบว่า พนักงาน1330 Contact Center ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 87.3 อายุอยู่ในช่วงระหว่าง 22 - 29 ปี ร้อยละ 79.1 ส่วนใหญ่มีประสบการณ์ทำงาน Contact Center 1 - 2 ปี ร้อยละ 76.6 ลักษณะงานที่ทำเป็นงานที่มีโอกาสก้าวหน้าหรือเลื่อนตำแหน่งเป็นพนักงานประจำมีน้อย สภาพแวดล้อมการทำงานมีความเหมาะสม พฤติกรรมการจัดการความเครียดแบบมุ่งลดอารมณ์ของพนักงานมักจะมีสติไม่ตื่นตระหนกพร้อมเผชิญปัญหา ในส่วนของพฤติกรรมการจัดการความเครียดแบบมุ่งแก้ปัญหาของพนักงานมักจะขอเปลี่ยนหน้าที่รับผิดชอบ พนักงานมีระดับความเครียดสูง ร้อยละ 58.9 เหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกเครียดมากที่สุดคือ กลัวทำงานผิดพลาด ในส่วนของความสัมพันธ์ พบว่า ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด19 มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการจัดการความเครียดแบบมุ่งลดอารมณ์ ส่วนเพศมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการจัดการความเครียดแบบมุ่งแก้ปัญหา และเพศ อายุ สถานภาพทางเศรษฐกิจ ปัญหาทางด้านสุขภาพ ลักษณะงาน และสภาพแวดล้อมการทำงานมีความสัมพันธ์กับระดับความเครียด ข้อเสนอแนะจากการศึกษาครั้งนี้คือ เมื่อเกิดสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกันหน่วยงานควรมีการสำรวจความเครียดของพนักงานอย่างเหมาะสม เพื่อจัดทำแนวทางป้องกันความเครียด พร้อมทั้งจัดโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิตให้แก่พนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสนับสนุนสถานที่และวัสดุอุปกรณ์ที่เหมาะสมต่อการทำงาน ข้อเสนอแนะในครั้งต่อไป ควรมีการศึกษาความเครียดและการจัดการความเครียดของพนักงานในเชิงคุณภาพ เพื่อนำมาจัดทำแผนสร้างเสริมสุขภาพเชิงลึก
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-09-23



