ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการตัดสินใจไม่เข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดด้วยความสมัครใจของผู้ป่วยยาเสพติด: กรณีศึกษาโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี
收藏DataCite Commons2023-11-08 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2021.1246
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาเรื่อง “ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการตัดสินใจไม่เข้ารับการบำบัดรักษา ยาเสพติดด้วยความสมัครใจของผู้ป่วยยาเสพติด: กรณีศึกษาโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการตัดสินใจไม่เข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดด้วยความสมัครใจของผู้ป่วยยาเสพติด โดยใช้วิธีการศึกษาแบบผสมผสาน (Mixed Method) เก็บข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยแบบสอบถาม จำนวน 92 คน และเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 3 ราย จากกลุ่มผู้ป่วย ยาเสพติดที่เข้ารับการบำบัดในรูปแบบผู้ป่วยในด้วยระบบบังคับบำบัดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 ในโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี การวิเคราะห์ข้อมูล เชิงปริมาณใช้สถิติวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน โดยกำหนดระดับนัยสําคัญทางสถิติที่ 0.05 และข้อมูลเชิงคุณภาพ วิเคราะห์โดยวิเคราะห์เนื้อหาตามวัตถุประสงค์อันประกอบไปด้วย 3 ปัจจัย คือ 1) ปัจจัยด้านครอบครัว 2) ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม 3) ปัจจัยด้านตัวบุคคล ผลการศึกษาเชิงปริมาณ พบว่า ในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจไม่เข้ารับ การบำบัดรักษายาเสพติดด้วยความสมัครใจของผู้ป่วยยาเสพติด 7 ด้าน ซึ่ง ได้แก่ 1) การปรับตัวและการเผชิญปัญหาของครอบครัว 2) การตระหนักถึงการใช้ยาเสพติดในครอบครัว 3) การถูกตีตราจากคนในสังคม 4) อิทธิพลของเพื่อน 5) สภาพแวดล้อมที่เป็นตัวกระตุ้นให้ใช้สารเสพติด 6) รูปแบบ การเลี้ยงดู และ 7) สัมพันธภาพในครอบครัว นั้น มี 4 ด้าน ที่มีความสัมพันธ์ต่อการตัดสินใจไม่เข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดด้วยความสมัครใจของผู้ป่วย โดยด้านการตระหนักถึงการใช้ยาเสพติดในครอบครัวเป็นด้านมีความสัมพันธ์มากที่สุด (r เท่ากับ .463) ต่อมา คือด้านสัมพันธภาพในครอบครัว (r เท่ากับ .361) ด้านสภาพแวดล้อมที่เป็นตัวกระตุ้นให้ใช้สารเสพติด (r เท่ากับ .357) และด้าน การปรับตัวและการเผชิญปัญหาของครอบครัว (r เท่ากับ .323) อย่างไรก็ดี ด้านการถูกตีตราจากคนในสังคม (r เท่ากับ .284) ด้านอิทธิพลของเพื่อน (r เท่ากับ .241) ด้านรูปแบบการเลี้ยงดู (r เท่ากับ .169) พบว่าไม่มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจไม่เข้ารับการบำบัดด้วยความสมัครใจ ผลจากการศึกษาเชิงคุณภาพ พบว่า ปัจจัยด้านตัวบุคคลส่งผลต่อการตัดสินใจไม่เข้ารับการบำบัดรักษามากที่สุด เนื่องจากผู้ใช้ยาเสพติดรับรู้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งด้านสุขภาพและสังคมแต่ไม่ตระหนักถึงผลกระทบเหล่านั้นและ/หรือชะล่าใจ มองไม่เห็นความสำคัญในการมาบำบัดรักษา เกิดความกลัวและไม่มั่นใจว่าตนเองจะสามารถใช้ชีวิตด้านนอกสถานบำบัดโดยปราศจากยาเสพติดได้ รองลงมาคือปัจจัยด้านครอบครัว กล่าวคือ ครอบครัวสามารถยอมรับการเสพยาหรือสารเสพติด บางชนิดของผู้ใช้ยาเสพติดได้ ครอบครัวมีเพียงการตักเตือนแต่ไม่ได้ใส่ใจถึงต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริง ซึ่งสอดคล้องกันกับ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ที่แทบไม่ส่งผลต่อการไม่เข้ารับการบำบัด เนื่องจากสังคม ที่อยู่อาศัยเต็มไปด้วยผู้ใช้ยาและสารเสพติด คนในชุมชนไม่จริงจังกับการแก้ไขปัญหา ผู้ใช้ยาเสพติด จึงมองว่าการเสพสารเสพติดไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ได้ถูกรังเกียจหรือถูกปฏิเสธจากสังคม จากผลการศึกษา ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะว่า สถาบันธัญญารักษ์ปัตตานี หรือหน่วยงานด้านการบำบัดยาเสพติดอื่นๆ ควรเน้นการทำงาน หรือสร้างกิจกรรมเพื่อให้ผู้ป่วยยาเสพติดมองเห็นคุณค่าในตนเองและมีเป้าหมายในชีวิต ผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาทางสังคมของผู้ป่วยในเชิงนโยบายเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา และควรมีการทำงานร่วมกับครอบครัวและชุมชนเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับยาเสพติด และกระบวนการบำบัดรักษา ยาเสพติด
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-11-08



