five

การศึกษาปัจจัยการนำนโยบาย Smart Energy and Climate Action (SECA) ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขไปปฏิบัติ: กรณีศึกษาการติดตั้งระบบการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์

收藏
DataCite Commons2025-01-07 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.1116
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การศึกษาเรื่อง “การศึกษาปัจจัยการนำนโยบาย Smart Energy and Climate Action (SECA) ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขไปปฏิบัติ กรณีศึกษาการติดตั้งระบบการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัย ปัญหา และอุปสรรคที่มีผลต่อการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในหน่วยบริหารและหน่วยบริการ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุง และพัฒนาองค์ความรู้ในการนำนโยบาย Smart Energy and Climate Action (SECA) ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขไปสู่การปฏิบัติ ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ซึ่งการศึกษาในครั้งนี้ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) แบ่งเป็น (1) การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) เป็นเครื่องมือในการวิจัย โดยมีกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารและบุคลากรในกลุ่มงานที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของหน่วยงาน ทั้งหน่วยบริหารและหน่วยบริการ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 4, 5, 10 และ 11 รวมทั้งสิ้น 410 แห่ง โดยหลักเกณฑ์ในการเลือกกลุ่มตัวอย่างเบื้องต้น คือ หน่วยงานที่ดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แล้วเสร็จมากที่สุด (เขตสุขภาพที่ 10 และ 11) และน้อยที่สุด (เขตสุขภาพที่ 4 และ 5) (2) การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้บริหารในหน่วยงานสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในเขตสุขภาพที่ 4 และ 5 จำนวน 10 คน ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการนำนโยบาย Smart Energy and Climate Action (SECA) ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขไปปฏิบัติ กรณีศึกษาการติดตั้งระบบการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ มีระดับความคิดเห็นสูงสุด 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ (1) การกำหนดมาตรฐานในการดำเนินการ (2) การมอบหมายงานที่เหมาะสมกับผู้นำนโยบายไปปฏิบัติ และ (3) การติดตาม ควบคุมการดำเนินการสม่ำเสมอ และจากการศึกษาปัญหาและอุปสรรค โดยการสัมภาษณ์ พบว่า (1) มาตรฐานในการปฏิบัติงานยังไม่มีขอบเขตและรายละเอียดให้สำหรับแต่ละหน่วยงานในการเลือกขนาดการติดตั้งระบบการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้การตัดสินใจของผู้บริหารและผู้รับผิดชอบในการติดตั้งล่าช้า (2) งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการ มีการจัดสรรที่ไม่เพียงพอ (3) การติดตาม ควบคุมการดำเนินการไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ตอบวัตถุประสงค์ของนโยบาย ไม่มีกรอบระยะเวลาในการดำเนินการที่ชัดเจน และการเร่งรัดส่งผลให้เกิดความเครียดแก่บุคลากรผู้รับผิดชอบ การวิเคราะห์ระหว่างปัจจัย ปัญหาและอุปสรรค พบว่า ปัจจัยด้านมาตรฐานในการปฏิบัติงาน และปัจจัยด้านการติดตาม ควบคุมการดำเนินการ มีระดับความคิดเห็นไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งมองว่าปัจจัยดังกล่าวมีความสำคัญต่อการนำนโยบายไปปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง หากมาตรฐานในการปฏิบัติงานและการติดตาม ควบคุมการดำเนินการไม่มีประสิทธิภาพ จะส่งผลต่อการติดตั้งระบบการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ได้ นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยที่ส่งเสริมการดำเนินการ คือ ปัจจัยเครือข่ายความร่วมมือภายในองค์กร ด้วยโครงสร้างขององค์กรที่เอื้อต่อการบริหารงาน แต่งบประมาณไม่เพียงพอ เครือข่ายความร่วมมือภายในเขตสุขภาพสามารถช่วยบริหารจัดการงบประมาณในเขต ผ่านนโยบาย One Region One Province One Hospital ได้
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-01-07
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务