five

หลักประโยชน์สูงสุดของเด็กกับแนวคิดเรื่องสิทธิในการรับมรดก: กรณีมีการรับบุตรบุญธรรม

收藏
DataCite Commons2026-02-11 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2025.147
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การรับบุตรบุญธรรมเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวที่มิได้มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตร่วมกัน ให้มีสถานะทางกฎหมายเช่นเดียวกับบิดามารดาโดยชอบธรรม ปัจจุบันประเทศไทยได้ปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคม ในฐานะรัฐภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ. 1989 จึงมีพันธกรณีในการปกป้องคุ้มครองสิทธิเด็ก โดยยึดหลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก (The Best Interest of the Child) เป็นหลักสำคัญ การรับบุตรบุญธรรมจึงเป็นกลไกหนึ่งในการคุ้มครองเด็กนั้น รัฐจำต้องกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากเด็กในทุกกรณี และสนับสนุนให้เด็กได้เติบโตในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อพัฒนาการอย่างรอบด้าน อันเป็นรากฐานสำคัญต่อคุณภาพประชากรในอนาคต เมื่อการรับบุตรบุญธรรมเป็นการสร้างครอบครัวใหม่ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางกฎหมายและสังคม รัฐจึงกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อให้การรับบุตรบุญธรรมเป็นไปอย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่เด็ก โดยที่การรับบุตรบุญธรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่งผลให้ผู้รับบุตรบุญธรรมมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับบิดามารดาโดยกำเนิด ขณะที่บิดามารดาเดิมสิ้นอำนาจปกครองไป แต่บุตรบุญธรรมยังคงมีสิทธิและหน้าที่ ทั้งสิทธิในการรับมรดกจากครอบครัวเดิมควบคู่กับสิทธิรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรมในฐานะทายาทโดยธรรมอีกด้วย อย่างไรก็ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/29 ที่กำหนดว่า ผู้รับบุตรบุญธรรมไม่มีสิทธิรับมรดกจากบุตรบุญธรรมในฐานะทายาทโดยธรรม ในกรณีที่บุตรบุญธรรมถึงแก่ความตายก่อน เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากการรับบุตรบุญธรรม ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสะท้อนถึงค่านิยมไทยเกี่ยวกับความกตัญญูและการตอบแทนบุญคุณต่อบิดามารดาโดยกำเนิด ทว่าในบริบทสังคมปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป มีกรณีที่บิดามารดาโดยกำเนิดทอดทิ้งบุตร ขาดความรับผิดชอบในการเลี้ยงดูให้พบเห็นอยู่บ่อยครั้ง ขณะที่ผู้รับบุตรบุญธรรมกลับเป็นผู้ที่ให้การดูแล เลี้ยงดูอย่างแท้จริง จึงกลายเป็นประเด็นคำถามถึงความเป็นธรรมของกฎหมายที่ไม่ให้สิทธิแก่ผู้รับบุตรบุญธรรมในการรับมรดกของบุตรบุญธรรม แม้ว่ามีคุณสมบัติเสมือนบุพการีในทางปฏิบัติทุกประการจากการศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายของประเทศฝรั่งเศส และประเทศเกาหลีใต้ ผู้เขียนเห็นควรเสนอให้เพิ่มรูปแบบการรับบุตรบุญธรรมแบบสมบูรณ์ขึ้นในประเทศไทย เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้มีความต้องการรับบุตรบุญธรรมให้สอดคล้องกับความต้องการและความเหมาะสมในการเลี้ยงดู และให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับการรับมรดกของบุตรบุญธรรมโดยผู้รับบุตรบุญธรรม โดยการยกเลิกบทบัญญัติในมาตรา 1598/29 และ มาตรา 1598/30 แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเพื่อให้ผู้รับบุตรบุญธรรมมีฐานะเป็นทายาทโดยธรรมของบุตรบุญธรรมซึ่งทำให้สามารถรับมรดกของบุตรบุญธรรมได้ อนึ่ง อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของทายาทโดยธรรมลำดับอื่น เนื่องจากครอบครัวโดยกำเนิดต้องถูกกระทบสิทธิและส่วนแบ่งในกองมรดกของบุตรบุญธรรมอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ ผู้เขียนเห็นว่า หากมีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิในมรดกโดยพิจารณาจากบทบาทในการเลี้ยงดูที่แท้จริง พร้อมทั้งขยายเหตุในการกำจัดมิให้รับมรดกกรณีผู้ที่มีหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดู ละเลยหน้าที่ของตน จึงสามารถทำให้เกิดความยุติธรรมแก่ทุกฝ่ายในระบบครอบครัวได้อย่างสมดุล และส่งผลให้เกิดการพัฒนาทั้งทางด้านกฎหมายและสังคมควบคู่กันสืบไป
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2026-02-11
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务