ทัศนคติการเลือกใช้บริการร้านขายยาแผนปัจจุบันของผู้บริโภคในหมู่บ้านพงษ์ศิริชัย 4
收藏DataCite Commons2025-08-26 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/STOU.the.2003.368
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ธุรกิจร้านขายยาเป็นหนึ่งในธุรกิจค้าปลีกที่ผู้ประกอบมุ่งหวังจะสร้างผลกำไรในระยะยาวสามารถอยู่รอดท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเปิดโควต้าร้านขายยาแบบเสรี การเข้ามาของเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตลอดจนความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย หนึ่งในปัจจัยสู่ความสำเร็จ คือการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เหมาะสมทันต่อการเปลี่ยนแปลงและตอบสนองตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ตลอดจนการปรับปรุงเพื่อเข้าสู่มาตรฐานทางวิชาชีพ และยกระดับมาตรฐานด้านสาธารณสุขในภาพรวมของประเทศให้ทัดเทียมประเทศอื่น วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะส่วนบุคคล และส่วนประสมทางการตลาด ต่อทัศนคติการเลือกใช้บริการร้านขายยาแผนปัจจุบันของผู้บริโภคในหมู่บ้านพงษ์ศิริชัย 4 และทัศนติของผู้บริโภคต่อร้านขายยาแผนปัจจุบันที่พึงต้องการในฐานะที่เป็นสถานบริการสาธารณสุข เพื่อปรับปรุงมาตรฐานให้สอดคล้องกับนโยบายด้านสาธารณสุขจากภาครัฐต่อไปในอนาคต ประชากรคือ ครัวเรือนจำนวน 1,000 ครัวเรือน กลุ่มตัวอย่างของการศึกษา มีจำนวน 100 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจาก 100 ครัวเรือนที่เลือกอย่างเป็นระบบจากทุกหน่วย 10 บ้านเลขที่ เป็นผู้ตอบแบบสอบถามแบบมาตราส่วนแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่าลิเคิร์ทที่ใช้เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลโดดผู้ศึกษาด้วยตัวเองสถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบื้องเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบที และสถิติทดสอบเอฟ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSS for Windows ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.10ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างที่ศึกษามีสัดส่วนจำนจำนวนเพศชายและเพศหญิงเท่ากัน ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 21-30 ปี มีการศึกษาระดับนี้ยมศึกษาตอนปลาย ประกอบอาชีพลกข้างบริษัทเอกชน รายได้ต่อเดือน 7,001-15,000บาท ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดทั้ง 4 โดยรวมผู้บริโภคมีทัศนคติต่อการเลือกใช้บริการในระดับเห็นด้วยมาก ทั้งนี้ให้ความสำคัญอันดับแรกต่อปีจจัยด้านการจัดจำหน่ายาย ความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะส่วนบุคคลลต่อทัศนคติการเลือกใช้บริการ พบว่าความแตกต่างของเพศและรายได้ผู้บริโภคมีระดับทัศนคติที่ไม่แตกต่างกัน ทั้งนี้ช่วงอายุ อาชีพ และระดับการศึกษาที่ต่างกันมีผลทำให้ผู้บริโภคมีระดับทัศนคติที่แตกล่างกัน โดยเฉพาะกลุ่มตัวอย่างที่มีช่วงอายุ 21-30 ปี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวและกาดเอกชน ระดับการศึกษาประถมศึกษาถึงมัธผมศึกษาตอนปลาย จะมีระดับทัศนคดีที่มากกว่า ทัศนคติของผู้บริโภคต่อร้านขายขายยาแผนปัจจุบันที่พึงต้องการในฐานะที่เป็นสถานบริการสาธารณสุขโดยรวมอยู่ในระดับเห็นด้วยมากข้อเสนอแนะของการศึกษาครั้งนี้ ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญต่อปีจจัยด้านทำแลที่ตั้งที่เหมาะสม การนำเทลโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยบริหารจัดการ การมีเกษกรเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการในการให้บริการ การรวมกลุ่มธุรกิจเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง ตลอดจนการสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานสาธารณสุขอื่น เหล่านี้นับเป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จในการประกอบธุรกิจร้านขาขยาแผนปัจจุบันให้ประสบความสำเร็จ สร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งขัน และอยู่รอดได้ท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่สูง
提供机构:
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
创建时间:
2025-08-26



