five

ขอบเขตอำนาจของศาลปกครองในการทบทวนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ: ศึกษาเฉพาะการอนุญาโตตุลาการในสัญญาทางปกครอง

收藏
DataCite Commons2023-09-22 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.733
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาขอบเขตอำนาจของศาลปกครองในการทบทวนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ โดยเปรียบเทียบขอบเขตอำนาจดังกล่าวของศาลปกครองในระบบกฎหมายไทยกับศาลปกครองหรือหรือศาลอื่นที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองในระบบกฎหมายต่างประเทศ รวมทั้งเปรียบเทียบขอบเขตอำนาจทบทวนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ระหว่างศาลปกครองและศาลยุติธรรม เมื่อพิจารณาจากกฎหมายหรือคำวินิจฉัยขององค์กรที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นบ่อเกิดของอำนาจทบทวนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการขององค์กรศาล ผู้เขียนจึงจำแนกขอบเขตอำนาจของศาลปกครองในการทบทวนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการออกเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้ ลักษณะแรก ขอบเขตอำนาจที่กำหนดอย่างชัดแจ้ง และลักษณะที่สอง ขอบเขตอำนาจที่กำหนดอย่างคลุมเครือไม่ชัดแจ้ง จากการศึกษากฎหมายและคำพิพากษาของระบบกฎหมายต่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ พบว่า ขอบเขตอำนาจของศาลปกครองหรือศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองที่กำหนดอย่างคลุมเครือไม่ชัดแจ้งล้วนยึดโยงกับคำว่านโยบายสาธารณะ (Public Policy) โดยมีความเห็นทางวิชาการที่ขัดกันอยู่ 2 ความเห็น คือ ความเห็นแรก เห็นว่า การวินิจฉัยว่าการยอมรับหรือบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการขัดต่อนโยบายสาธารณะหรือไม่ ศาลมีอำนาจทบทวนคำชี้ขาดในส่วนที่เป็นคำบังคับเท่านั้น และความเห็นที่สอง นอกจากคำบังคับแล้ว ศาลยังสามารถเข้าไปทบทวนคำชี้ขาดในส่วนที่เป็นการให้เหตุผลประกอบคำชี้ขาดได้ด้วย ดังนั้น การตีความคำว่านโยบายสาธารณะหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนในระบบกฎหมายไทย จึงมีความสำคัญในการค้นหาขอบเขตอำนาจของศาลปกครองในทบทวนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ สำหรับขอบเขตอำนาจทบทวนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ในส่วนที่เป็นที่กำหนดอย่างคลุมเครือไม่ชัดแจ้งนั้น จากแนวคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดและศาลฎีกาพบว่า การไม่ปฏิบัติตามหลักความยุติธรรมของการอนุญาโตตุลาการขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวเนื่องกับกระบวนการได้มาซึ่งคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการถือเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เช่นเดียวกับประเด็นปัญหาเกี่ยวกับอายุความ การเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด การปรับบทกฎหมายไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ดี การวินิจฉัยว่าบทบัญญัติใดเป็นบทบัญญัติอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ขอบเขตของศาลยุติธรรมจะอยู่ในแดนกฎหมายเอกชน โดยยึดโยงการตีความคำว่าความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนกับการดำเนินการของอนุญาโตตุลาการที่ขัดต่อกฎหมาย ส่วนขอบเขตของศาลปกครองจะอยู่ในแดนกฎหมายมหาชน ซึ่งนอกจากจะถือว่าการดำเนินการของอนุญาโตตุลาการที่ขัดต่อกฎหมายเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแล้ว บางกรณีจะมีการนำหลักกฎหมายปกครองมาประกอบการตีความถ้อยคำดังกล่าวด้วย จึงทำให้ศาลปกครองมีแนวโน้มการตีความคำว่าความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนที่กว้างกว่าศาลยุติธรรม ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนเห็นด้วยกับความเห็นที่สองบางส่วน กล่าวคือ การทบทวนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการโดยศาลปกครองในระบบกฎหมายไทยจะต้องเป็นไปตามขอบเขตอำนาจที่กำหนดในพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 แต่สำหรับขอบเขตอำนาจที่กำหนดอย่างคลุมเครือไม่ชัดแจ้ง ตามมาตรา 40 วรรคสาม (2) (ข) มาตรา 44 มาตรา 45 (1) และ (2) แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ศาลปกครองมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปทบทวนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการในส่วนที่เป็นการให้เหตุผลประกอบคำชี้ขาดเพื่อวินิจฉัยปัญหาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน แต่อำนาจดังกล่าวจะต้องมีอย่างจำกัด และไม่ควรเข้าไปทบทวนคำชี้ขาดในส่วนที่เป็นอำนาจของอนุญาโตตุลาการโดยแท้ สำหรับการตีความคำว่าความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่จะเพิกถอนหรือปฏิเสธการบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ควรเป็นการตีความอย่างแคบ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเคารพต่อหลักความศักดิ์สิทธิ์ของการแสดงเจตนา
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-22
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务