five

มาตรการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจ P2P lending ในประเทศไทย: ศึกษาเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐประชาชนจีน

收藏
DataCite Commons2023-12-08 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.7
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ในปัจจุบัน แนวคิดเรื่องส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises หรือ SMEs) เป็นสิ่งที่ภาครัฐในหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงประเทศไทยเน้นว่าจำเป็นต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ เนื่องจาก SMEs เป็นตัวขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่อุปสรรคสำคัญของ SMEs คือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีอยู่ในปัจจุบันสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยผ่านสถาบันการเงินซึ่งเป็นตัวกลางทางการเงิน (Indirect Financing) หรือช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยผ่านตลาดทุน (Direct Financing) รวมไปถึงช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยผ่านผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) เช่น ผู้ให้บริการบัตรเครดิต ผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ หรือผู้ให้บริการสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพสำหรับบุคคลรายย่อย (นาโนไฟแนนซ์) อาจไม่เพียงพอต่อจำนวนของผู้ประกอบการ SMEs อันเห็นได้จากข้อมูล ณ ปี 2565 ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่พบว่า ผู้ประกอบการ SMEs มากกว่าร้อยละ 60 ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ ดังนั้น หลายประเทศจึงให้ความสำคัญต่อการนำเทคโนโลยีทางการเงินที่เรียกว่า Loan–based Crowdfunding หรือ Peer to Peer Lending (P2P Lending) มาใช้ในการพัฒนาช่องทางการจัดหาแหล่งเงินทุนจากคนจำนวนมากให้กับผู้ที่ต้องการใช้เงินผ่านตัวกลางที่เป็นเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งทั้งสามประเทศมีการประกอบธุรกิจ P2P Lending มาอย่างยาวนาน มีรูปแบบการดำเนินธุรกิจ P2P Lending ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีการรับทราบปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ P2P Lending อยู่เสมอ ทั้งนี้ จากการศึกษาของผู้เขียน พบว่า หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจ P2P Lending และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย ยังคงมีหลายประเด็นที่เป็นปัญหาและอุปสรรค เช่น ปัญหาเกี่ยวกับองค์กรในการกำกับดูแลและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ P2P Lending ปัญหาเกี่ยวกับความหลากหลายของประเภทสินเชื่อ ปัญหาเกี่ยวกับรูปแบบการลงทุนใน P2P Lending Platform ปัญหาเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และปัญหาเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการกำกับการปฏิบัติตามกฎหมายของธุรกิจ P2P Lending ในประเด็นปัญหาดังกล่าวข้างต้น ผู้เขียนได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบกับการกำกับดูแลและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจ P2P Lending ในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมทั้งได้จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อปรับปรุงและแก้ไขหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจ P2P Lending ในประเทศไทย เพื่อทำให้การประกอบธุรกิจ P2P Lending ในประเทศไทยเป็นที่ยอมรับและแพร่หลาย สามารถช่วยประชาชนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น ลดการเกิดหนี้นอกระบบ รวมทั้งทำให้การกำกับดูแลธุรกิจ P2P Lending และการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-12-08
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务