การประเมินความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์ในการลงทุนระบบกักเก็บพลังงานโดยแบตเตอรี่
收藏Mendeley Data2024-01-31 更新2024-06-27 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2017.601
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การค้นคว้าอิสระนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประเมินความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์ในการลงทุนระบบกักเก็บพลังงานโดยแบตเตอรี่ โดยมีกลุ่มตัวอย่างคือ โรงพยาบาลเอกชนจำนวน 3 แห่ง ศึกษามาตรการการส่งเสริมการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานโดยแบตเตอรี่ วิเคราะห์ความอ่อนไหว รวมไปถึงการจำลองสถานการณ์ด้วยเทคนิคมอนติ คาร์โลจากการศึกษาพบว่า ต้นทุนในการลงทุนติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานโดยแบตเตอรี่ประกอบด้วยต้นทุนในการลงทุนเริ่มต้นและต้นทุนการดำเนินการตลอดวงจรชีวิตของโครงการ โดยมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 50 และ 50 ของต้นทุนวงจรชีวิตของระบบกักเก็บพลังงานโดยแบตเตอรี่ตามลำดับ ในด้านผลประโยชน์ที่โครงการจะได้รับจากการลงทุนติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานโดยแบตเตอรี่นั้นจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ต้นทุนค่าเสียโอกาสจากการที่การไฟฟ้าไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าให้ได้ และ การลดค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าเดิมลงผลการประเมินความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์ในการลงทุนระบบกักเก็บพลังงานโดยแบตเตอรี่จากดัชนีชี้วัด 4 ค่า ซึ่งได้แก่ มูลค่าปัจจุบันสุทธิ อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน อัตราผลตอบแทนภายใน และระยะเวลาคืนทุน พบว่า การลงทุนติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานโดยแบตเตอรี่ทั้งสามโรงพยาบาลนั้นไม่มีความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐศาสตร์ ซึ่งมีปัจจัยมาจากปริมาณหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ในช่วงที่มีความต้องการสูง (Peak) กับ ปริมาณหน่วยไฟฟ้าที่ในช่วงที่มีความต้องการต่ำ (Off peak) มีความแตกต่างกันน้อยสำหรับโรงพยาบาล B และ C และเนื่องจากระดับราคาของระบบกักเก็บพลังงานยังมีราคาที่สูง การวิเคราะห์ความอ่อนไหว มีทั้งสิ้น 5 กรณี ได้แก่ การวิเคราะห์ความอ่อนไหวกรณีที่ราคาของระบบกักเก็บพลังงานลดลง ซึ่งผลจากการวิเคราะห์จะทำให้โครงการมีความคุ้มค่ามากขึ้น การวิเคราะห์ความอ่อนไหวกรณีที่ภาครัฐใช้มาตรการความร่วมมือลดการใช้ไฟฟ้า (Demand Response) แบบ Critical Peak Pricing (CPP) ซึ่งผลจากการวิเคราะห์นั้นจะมีผลทำให้โครงการมีความคุ้มค่ามากขึ้น การวิเคราะห์ความอ่อนไหวกรณีที่ประสิทธิภาพของระบบกักเก็บพลังงานโดยแบตเตอรี่ดีขึ้นร้อยละ 25 นั้นจะส่งผลให้ผลการวิเคราะห์โครงการนั้นมีความคุ้มค่ามากขึ้น การวิเคราะห์ความอ่อนไหวกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาที่ใช้ในการคำนวณอัตราค่าไฟฟ้าแบบ Time of Use (TOU) เพื่อให้เกิดความเหมาะสมต่อพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป และการวิเคราะห์ความอ่อนไหวกรณีสุดท้าย คือ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาของการคำนวณราคาของค่าไฟฟ้า Time of Use (TOU) ร่วมกับการใช้มาตรการความร่วมมือลดการใช้ไฟฟ้า (Demand Response) แบบ Critical Peak Pricing (CPP) โดยการวิเคราะห์ความอ่อนไหวในแต่กรณีจะแบ่งออกเป็น 2 เหตุการณ์ คือ เหตุการณ์หากการไฟฟ้ามีการดับไฟเพื่อทำการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า และ เหตุการณ์หากการไฟฟ้าไม่มีการดับไฟเพื่อทำการบำรุงรักษา พบว่า จะทำให้โครงการมีความคุ้มค่ามากขึ้น ในเหตุการณ์ที่มีการดับไฟฟ้า จะเป็นกรณีที่มีความคุ้มค่ามากที่สุด และสำหรับการจำลองสถานการณ์โดยเทคนิคมอนติ คาร์โลนั้นพบว่าไม่มีสถานการณ์ใดที่มีความเป็นไปได้ที่โครงการจะมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิเป็นบวกเท่ากับร้อยละ 100
创建时间:
2024-01-31



