five

ปัญหาระบบเลือกตั้งที่ให้ผลไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของประชาชน: ศึกษาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย

收藏
DataCite Commons2023-09-22 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.731
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาระบบเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทยที่ให้ผลไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของประชาชน ซึ่งเมื่อประกอบกับปัญหาการรัฐประหารบ่อยครั้งและปัญหาผู้ปกครองไม่เคารพสิทธิเสรีภาพทางการเมืองของประชาชนแล้วนั้นนำไปสู่ความไม่มีประสิทธิภาพและไม่มีเสถียรภาพของระบบการเมืองโดยรวม และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ประเทศไทยยังไม่เป็น “ประชาธิปไตยเต็มใบ” ตามมาตรฐานสากล วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้ทำการศึกษาข้อความคิดทั่วไปเกี่ยวกับประชาธิปไตยโดยผู้แทนและการเลือกตั้ง ลักษณะสำคัญของระบบเลือกตั้งประเภทต่าง ๆ ปัญหาระบบเลือกตั้งในประเทศไทย นับตั้งแต่การเริ่มใช้ระบบเสียงข้างมากธรรมดา ระบบผสมคู่ขนาน และระบบจัดสรรปันส่วนผสม รวมถึงการกลับไปใช้ระบบผสมคู่ขนานอีกครั้งตามรัฐธรรมนูญ พ.‌ศ.‌ 2560 แก้ไขเพิ่มเติม พ.‌ศ.‌ 2564 ในปัจจุบัน เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์เปรียบเทียบแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมและกรณีศึกษาต่างประเทศและในประเทศ จากการศึกษาพบว่าประเทศไทยมีการปกครองระบบรัฐสภาและการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นจุดเกาะเกี่ยวทางการเมืองโดยตรงเพียงจุดเดียวที่ประชาชนมีต่อการใช้อำนาจรัฐหรือการเข้าสู่อำนาจรัฐในระดับประเทศ ระบบเลือกตั้งทั้งที่เคยใช้และใช้อยู่ในปัจจุบันมีปัญหาในลักษณะที่แตกต่างกัน ทั้งในด้านการไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน ด้านการนำไปสู่ระบบการเมืองที่ไม่มีประสิทธิภาพและไม่มีเสถียรภาพ และด้านความซับซ้อนเกินจำเป็น โดยเมื่อทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบระบบเลือกตั้งประเภทต่าง ๆ แล้ว พบว่าระบบเลือกตั้งตามสัดส่วน (Proportional Representation) มีศักยภาพที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ดีกว่าระบบผสมคู่ขนานที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน จึงได้ทำการศึกษากรณีศึกษาระบบเลือกตั้งตามสัดส่วน 2 ระบบ ได้แก่ ระบบสัดส่วนบัญชีรายชื่อ (Party-list proportional representation system; List-PR) ในนอร์เวย์ ฟินแลนด์ สวีเดน และระบบสัดส่วนผสม (Mixed-member proportional system; MMP) ในเยอรมัน นิวซีแลนด์ และร่างรัฐธรรมนูญ พ.‌ศ.‌ 2558 ฉบับเสนอสภาปฏิรูปแห่งชาติ บนพื้นฐานว่าระบบเลือกตั้งที่ดีต้องสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน ในขณะเดียวกันก็ต้องนำไปสู่การมีระบบการเมืองที่มีประสิทธิภาพและมีเสถียรภาพได้ และไม่มีความซับซ้อนเกินจำเป็น การนำระบบเลือกตั้งตามสัดส่วนมาใช้ในประเทศไทยจึงอาจทำได้ 2 แนวทาง กล่าวคือ การใช้ระบบสัดส่วนบัญชีรายชื่อ คือ ประชาชนมี 1 คะแนนเสียงสำหรับเลือกตั้งพรรคการเมืองหรือเลือกตั้งผู้สมัครรายบุคคลในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองโดยใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง หรือการใช้ระบบสัดส่วนผสม คือ ประชาชนมี 2 คะแนนเสียงสำหรับเลือกตั้งผู้สมัครรายบุคคลในเขตเลือกตั้งเขตละคนและเลือกตั้งพรรคการเมือง โดยในการนำทั้ง 2 แนวทางมาใช้ แต่ละพรรคการเมืองจะได้รับการจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามสัดส่วนคะแนนเสียงที่ได้รับทั้งประเทศ อย่างไรก็ดี การจะนำระบบเลือกตั้งตามสัดส่วนมาใช้ในประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนลักษณะสำคัญบางประการเพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะโครงสร้างทางการเมืองการปกครองของประเทศด้วย
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-22
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务