five

การไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีของไทยตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ ค.ศ. 1979: กรณีศึกษาสิทธิลาเลี้ยงดูบุตร

收藏
DataCite Commons2023-09-19 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.631
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
พ่อและแม่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อการเลี้ยงดูบุตรร่วมกัน แต่ทัศนคติของสังคมกลับคาดหวังให้ผู้หญิงเป็นผู้ทำหน้าที่เลี้ยงดูบุตรอยู่ฝ่ายเดียว ซึ่งแนวความคิดเหล่านี้เป็นทัศนคติแบบแผนทางเพศ (Gender Stereotypes) ที่ส่งผลให้เกิดความไม่เท่าเทียมระหว่างชายและหญิง รวมถึงส่งผลต่อการกำหนดกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการลาเลี้ยงดูบุตรด้วย (Parental Leave) ทำให้รัฐต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในการออกมาตรการเพื่อส่งเสริมและทำให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ในการเลี้ยง‍ดูบุตรของพ่อและแม่ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายระหว่างประเทศใดที่กำหนดกฎเกณฑ์หรือจำนวนวันที่เหมาะสมสำหรับสิทธิลาเลี้ยงดูบุตรไว้ รวมถึงอนุสัญญาว่าด้วยการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW) ที่มีเป้าหมายเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงให้หมดไปด้วย แม้ว่าอนุสัญญาฯ จะไม่มีบทบัญญัติที่กล่าวถึงสิทธิลาเลี้ยงดูบุตรโดยตรง แต่ในข้อ 11 ระบุให้รัฐภาคีจะต้องใช้มาตรการที่เหมาะสมทุกอย่างเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงในด้านการจ้างงานและป้องกันการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงอันเนื่องมาจากความเป็นมารดา การศึกษาในวิทยานิพนธ์เล่มนี้จะพิจารณาจากกรณีศึกษา 10 ประเทศ ที่มีความแตกต่างทั้งด้านภูมิภาค สภาพเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม รวมถึงจำนวนวันที่กำหนดให้พ่อแม่สามารถลาเลี้ยงดูบุตรได้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการกำหนดกฎเกณฑ์เรื่องสิทธิลาเลี้ยงดูบุตรที่มีความแตกต่างกัน โดยศึกษาผ่านข้อเสนอแนะทั่วไป (General Recommendations) รายงานข้อมูลรายประเทศ (Country Reports) และข้อสังเกตโดยสรุป (Concluding Observations) ที่คณะกรรมการของอนุสัญญาฯ ให้ความเห็นต่อรายงานข้อมูลรายประเทศของรัฐภาคี ซึ่งพบว่าคณะกรรมการได้ให้ความเห็นในลักษณะที่ส่งเสริมให้รัฐภาคีผลักดันให้มีสิทธิลาเลี้ยงดูบุตร โดยออกข้อแนะนำที่สำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมการแบ่งปันความรับผิดชอบต่อครอบครัวและการเลี้ยงดูบุตรอย่างเท่าเทียมระหว่างชายและหญิง การส่งเสริมการใช้สิทธิลา‍เลี้ยง‍ดู‍บุตร การคุ้มครองความเป็นมารดาและการคลอดบุตร และการขจัดทัศนคติแบบแผนทาง‍เพศที่ส่งผลต่อสิทธิลา‍เลี้ยง‍ดู‍บุตร อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเป็นหนึ่งในรัฐภาคีของอนุสัญญาฯ แต่ยังไม่มีการกำหนดเรื่องสิทธิลาเลี้ยง‍ดู‍บุตรไว้ และการที่บทบัญญัติว่าด้วยการลา‍คลอด (Maternity Leave) และการลาเลี้ยงดูบุตรของบิดา (Paternity Leave) ของหญิงและชายในภาครัฐและภาคเอกชนยังกำหนดให้สิทธิไว้ไม่เท่าเทียมกัน ย่อมแสดงให้เห็นถึงการไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีของไทยในเรื่องสิทธิลาเลี้ยงดูบุตรตามข้อ 11 ของอนุสัญญาฯ ดังนั้น ไทยจึงควรกำหนดให้มีสิทธิลา‍เลี้ยง‍ดูบุตรเป็นกฎหมายภายใน โดยทำให้ทุกคนสามารถใช้สิทธิได้อย่างเท่าเทียมกันและต้องผลักดันให้พ่อใช้สิทธิมากยิ่งขึ้นด้วย เพื่อให้ไทยดำเนินการให้สอดคล้องกับพันธกรณีตามข้อ 11 ของอนุสัญญาฯ และเพื่อส่งเสริมให้ความรับผิดชอบต่อครอบครัวและการเลี้ยงดูบุตรมีความเท่าเทียมกันระหว่างชายและหญิงอย่างแท้จริง
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-19
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务