five

นโยบายและกระบวนการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันเด็กเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษา หลังการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19: ศึกษาเฉพาะกรณี สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

收藏
DataCite Commons2023-01-10 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2021.1098
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การศึกษาวิจัย เรื่อง “นโยบายและกระบวนการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันเด็กเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษา หลังการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ศึกษาเฉพาะกรณีสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)” วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์นโยบาย และกระบวนการการขับเคลื่อนการป้องกันเด็กและเยาวชนหลุดออกนอกระบบการศึกษาหลังการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการการขับเคลื่อนการป้องกันเด็กและเยาวชนหลุดออกนอกระบบการศึกษาหลังการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยผู้วิจัยมีความคาดหวังว่าผลการศึกษาจะเกิดประโยชน์ต่อการสร้างกลไกการบริหารจัดการในการขับเคลื่อนมาตรการการป้องกันเด็กและเยาวชนหลุดออกนอกระบบการศึกษา หลังการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปสู่ภาคปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพ และได้มาซึ่งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการการขับเคลื่อนการป้องกันเด็กและเยาวชนหลุดออกนอกระบบการศึกษา หลังการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ผลการศึกษาวิจัย พบว่า นโยบายที่เกี่ยวข้องในการป้องกันเด็กและเยาวชนหลุดออกนอกระบบการศึกษา หลังการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 การกำหนดนโยบายในการขับเคลื่อนระดับนโยบายนั้น ผู้บริหารระดับสูงฝ่ายการเมืองมีบทบาทนำในการกำหนดนโยบายผ่านการจัดทำโครงการพาน้องกลับมาเรียน ซึ่งมีเป้าหมายในการติดตามตัวผู้เรียนที่หลุดออกนอกระบบการศึกษาให้พบและนำกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาให้ครบทุกคน ซึ่งการก่อตัวของนโยบายมีลักษณะการตัดสินใจเชิงอำนาจ ซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงศึกษามีคำสั่งให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการตามแผนงานที่ได้กำหนดไว้ ในการติดตาม ค้นหา เด็กและเยาวชนที่หลุดออกนอกระบบและสำรวจสาเหตุการหลุดออกนอกระบบการศึกษาของเด็กและเยาวชน ในส่วนของการศึกษากระบวนการขับเคลื่อนมาตรการการป้องกันเด็กและเยาวชนหลุดออกนอกระบบการศึกษา หลังการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 นั้น เป็นไปตามแผนการดำเนินงานของโครงการพาน้องกลับมาเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ โดยบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นั้นมีการแบ่งบทบาทการดำเนินการออกเป็น 2 ส่วนหลัก ส่วนกลางมีบทบาทหลักในการสนับสนุนการดำเนินงานในภาพรวม และส่วนที่ 2 คือ หน่วยงานระดับพื้นที่ โดยครูและผู้บริหารสถานศึกษานับเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินการ ทั้งนี้กระบวนการการขับเคลื่อนมาตรการตามแผนงานนั้น แบ่งได้ เป็น 3 ช่วง คือ ช่วงของการติดตาม ค้นหา เด็กและเยาวชนที่หลุดออกนอกระบบการศึกษาไปแล้วให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา โดยมีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการติดตามและหาสาเหตุของการหลุดออกนอกระบบการศึกษาเป็นรายบุคคล ซึ่งเป็นการดำเนินการในระยะกลาง และระยะสุดท้าย เป็นช่วงของการวางแนวทางในการป้องกันและรักษาผู้เรียนให้คงอยู่ในระบบการศึกษา โดยใช้กลไกของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน แต่อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนมาตรการนี้อาจลดความเข้มข้นในการดำเนินการลง หากในอนาคตมีการเปลี่ยนนโยบายหรือการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ซึ่งอาจส่งผลต่อเด็กและเยาวชนหลุดออกนอกระบบไปอีกเกิดขึ้นซ้ำได้อีก ดังนั้นต้องอาศัยความเข้าใจ ความตระหนักของบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ที่เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนในเชิงป้องกันและต้องมีการดำเนินการอย่างจริงจังและเข้มข้น เพื่อให้การขับเคลื่อนมาตรการนี้ไม่เป็นเพียงการขับเคลื่อนมาตรการตามกระแสสังคมแบบชั่วคราว โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนมาตรการการป้องกันเด็กและเยาวชนหลุดออกนอกระบบการศึกษา สามารถแบ่งได้ 5 ปัจจัย คือ ประการแรก ปัจจัยทางการเมืองและบริบทสภาพแวดล้อม ที่นับเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนประเด็นการป้องกันเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษาเป็นมากที่สุด ที่ผู้นำทางการเมืองให้ความสำคัญต่อประเด็นปัญหา และระดมความร่วมมือภาคส่วนต่าง ๆ ให้เกิดความร่วมมือตั้งแต่ในระดับนโยบายส่งผลต่อความสำเร็จของการนำนโยบายไปปฏิบัติอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้กลไกความร่วมมือบูรณาการ มีหน่วยงานหลายหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการในเรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พบความเชื่อมโยงการทำงาน หลายหน่วยงานในแต่ละระดับในเชิงภารกิจอย่างไรก็ตาม ยังพบว่าบางหน่วยงานยังไม่มีการถ่ายทอดนโยบาย หรือภารกิจที่เกี่ยวข้องลงสู่หน่วยปฏิบัติได้ชัดเจนไม่มีแนวทางการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องที่ชัดเจน ปัจจัยสมรรถนะขององค์การในด้านการสนับสนุนงบประมาณ การจัดสรรงบประมาณในการสนับสนุนผู้เรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่ายังไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาการหลุดออกนอกระบบการศึกษา ปัจจัยประสิทธิภาพในการวางแผนและการควบคุม ผู้บริหารระดับสูงมีความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติการถ่ายทอดหรือมอบหมายนโยบายภารกิจและมอบหมายงานต่าง ๆ สู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยดำเนินการให้การติดตามผู้เรียนมีข้อมูลที่รวดเร็ว และเที่ยงตรง ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยภาวะผู้นำและความร่วมมือ ที่พบว่าบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานเข้าใจและเต็มใจในการปฏิบัติภารกิจในการติดตามตัวเด็กและเยาวชนที่หลุดออกนอกระบบการศึกษา ผู้ปฏิบัติมีความตระหนักถึงและให้คุณค่าไปในแนวทางเดียวกัน สอดคล้องกับพันธกิจของหน่วยงาน ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จของการนำนโยบายไปปฏิบัติ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการการป้องกันเด็กและเยาวชนหลุดออกนอกระบบการศึกษา หลังการเกิดสถานการณืการแพร่ระบาดของโควิด-19 คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำเป็นต้องให้ความสำคัญในการจัดทำแผนป้องกันเด็กและเยาวชนที่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาแล้ว และเสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษา เพื่อให้การดำเนินการเชิงป้องกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างแรงกระตุ้นแรงจูงใจให้กับผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ในการขับเคลื่อนการป้องกันการหลุดออกนอกระบบการศึกษาของเด็กและเยาวชนในพื้นที่อย่างจริงจังและต่อเนื่อง กระตุ้นเตือนให้ครูที่ปรึกษา ครูแนะแนว หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นช่วยกันสอดส่องดูแลเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ที่จะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่จะเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนหลุดออกนอกระบบการศึกษาประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ทั้งนี้การสร้างฐานข้อมูลสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้งานบนฐานข้อมูลเดียวกัน และทุกส่วนงานสามารถเข้าถึงและแบ่งบันข้อมูลที่จำเป็นแก่กันทั้งภายในและภายนอกหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการกัน เพื่อให้การบูรณาการข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงานของภาครัฐในองค์รวม ข้อมูลมีความเป็นเอกภาพ การดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ในมิติของการทำงานเชิงบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานต่าง ๆ ควรมีการบูรณาการกันในทุกระดับ โดยเริ่มตั้งแต่หน่วยที่เล็กที่สุดของสังคมตั้งแต่ระดับครอบครัว ไปจนถึงความร่วมมือกันในระดับประเทศ ซึ่งปัญหาด้านการศึกษาเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนและยากต่อการแก้ไขเพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นการเสริมความเข้มแข็งในการแก้ปัญหาต่าง ๆ อีกทั้งเป็นการลดการใช้ทรัพยากรทั้งกำลังคน งบประมาณ ที่ประเทศมีข้อจำกัดอยู่ในขณะนี้ อีกทั้งยังส่งผลดีต่อความสำเร็จในการดำเนินมาตรการแผนงานโครงการต่าง ๆ ในอนาคตอีกด้วย
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-01-10
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务