five

การศึกษาอิทธิพลของแนวคิดความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (work-life balance) ที่ส่งผลต่อความความต้องการคงอยู่ในงาน: กรณีศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม

收藏
DataCite Commons2025-12-30 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.1251
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
"การศึกษาอิทธิพลของแนวคิดความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (work-life balance) ที่ส่งผลต่อความความต้องการคงอยู่ในงาน กรณีศึกษา : สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม" ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาอิทธิพลของแนวคิดความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (work life balance) ที่มีต่อความต้องการคงอยู่ในงานของบุคลากรในสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคมและเพื่อ 2) เสนอเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะ ในการส่งเสริมการสร้างสมดุลระหว่างชีวิต และการทำงานของบุคลากรในสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคมให้สามารถบริหารอัตรากำลังได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน กลุ่มตัวอย่างกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาวิจัยนี้ คือ ข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม จำนวน 180 คน และมีรูปแบบการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed methods research) โดยใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณที่ใช้แบบสอบถามในการรวบรวมข้อมูล ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์สถิติพื้นฐาน ได้แก่การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร่วมกับ การวิเคราะห์สถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ สถิติการวิเคราะห์ แบบเพียร์สัน (Pearson's Product Moment Correlation Coefficient) และสถิติการวิเคราะห์ความถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ (α) คือ 0.05 ควบคู่ไปกับวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างจำนวน 6 คน ในรูปแบบแบบกึ่งทางการ ผลการศึกษาพบว่า (1) ข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม มีระดับความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานในภาพรวมอยู่ในระดับเห็นด้วย (2) ข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม มีระดับความต้องการคงอยู่ในงานในภาพรวมอยู่ในระดับเห็นด้วย (3) ปัจจัยส่วนบุคคล ด้านรายได้เฉลี่ยต่อเดือน (B = −0.174, β = −0.374, p < 0.05) และจำนวนบุตรในอุปการะ (B = −0.199, β = −0.153, p < 0.05) มีความสัมพันธ์เชิงลบอย่างมีนัยสำคัญต่อความตั้งใจลาออกจากงาน และ จำนวนบุตรในอุปการะ (B = 0.184, β = 0.204, p = 0.010) มีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยยะสำคัญต่อความผูกพันต่อองค์กร (4) ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน ด้านการทำงานมีความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญกับความพึงพอใจในงาน (r = 0.560, p < 0.01) และความผูกพันต่อองค์กร (r = 0.525, p < 0.01) และมีความสัมพันธ์เชิงลบกับความตั้งใจลาออกจากงาน (r =-0.253, p =0.000) (5) ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน ด้านครอบครัว มีความสัมพันธ์ในทิศทางบวกอย่างมีนัยสำคัญกับความพึงพอใจในงาน (r = 0.384, p < 0.01) และความผูกพันต่อองค์กร (r = 0.379, p < 0.01) และมีความสัมพันธ์เชิงลบกับความตั้งใจลาออกจากงาน (r = -0.230 p <0.05) (6) ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน ด้านเวลา มีความสัมพันธ์ในทิศทางบวกอย่างมีนัยสำคัญกับความพึงพอใจในงาน (r = 0.451, p < 0.01) และ ความผูกพันต่อองค์กร (r = 0.460, p < 0.01) และมีความสัมพันธ์ในทิศทางลบอย่างมีนัยสำคัญกับความตั้งใจลาออกจากงาน (r = -0.182, p < 0.05) (7) ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน ด้านการเงิน มีความสัมพันธ์ในทิศทางบวกอย่างมีนัยสำคัญกับความพึงพอใจในงาน (r = 0.424, p < 0.01) และความผูกพันต่อองค์กร (r = 0.450, p < 0.01) และมีความสัมพันธ์ในทิศทางลบอย่างมีนัยสำคัญกับความตั้งใจลาออกจากงาน (r = -0.262, p < 0.01) (8) ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน ด้านการพัฒนาตนเอง มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความพึงพอใจในงาน (r = 0.627, p < 0.01) และความผูกพันต่อองค์กร (r = 0.545, p < 0.01) แต่มีความสัมพันธ์เชิงลบกับความตั้งใจลาออกจากงาน อย่างไม่มีนับสำคัญทางสถิติ (r = -0.142, p > 0.05)
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-12-30
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务