แนวทางการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์: ศึกษากรณีการทำเหมืองข้อความและข้อมูล
收藏DataCite Commons2024-03-12 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.49
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
เนื่องจากตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ไม่ได้มีบทบัญญัติที่กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนในเรื่องของข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ ในส่วนของการทำเหมืองข้อความและข้อมูล จะมีเพียงแต่ข้อยกเว้นทั่วไปที่บัญญัติไว้ในมาตรา 32 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 เท่านั้น ดังนั้น หากมีการทำเหมืองข้อความและข้อมูลเกิดขึ้น ย่อมทำให้การกระทำนั้นเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์อันเป็นการทำซ้ำซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่น ตามที่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 27 28 หรือ 30 แล้วแต่กรณีได้โดยง่าย ส่งผลให้กรณีนี้เองเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการต่อยอดหรือพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในอนาคต ที่มีความจำเป็นต้องอาศัยการทำเหมืองข้อความและข้อมูลมากยิ่งขึ้นในอนาคต อีกทั้ง มาตรา 11 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ยังเป็นบทบัญญัติที่ก่อให้เกิดอุปสรรคของการได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ที่เกิดจากการทำเหมืองข้อความและข้อมูลนั้น เนื่องจากมีการตีความหมายอย่างแคบที่ผู้สร้างสรรค์งานสร้างสรรค์ที่เกิดจากการดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นจะได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เสียก่อนเท่านั้น กรณีนี้จึงเป็นสิ่งที่ยากยิ่งเมื่อพิจารณาถึงการสร้างสรรค์ที่นำเอาการทำเหมืองข้อความและข้อมูลเข้ามาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน เนื่องจากการทำเหมืองข้อความและข้อมูลที่ทำงานควบคู่ไปกับปัญญาประดิษฐ์ ไม่เพียงแต่อาศัยข้อมูลเพียงชุดเดียวแต่เป็นการใช้ประโยชน์จากข้อมูลจำนวนมหาศาล ทำให้เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการทำซ้ำและดัดแปลงงานในจำนวนมาก การที่จะต้องขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เพื่อที่จะได้รับการคุ้มครองงานสร้างสรรค์ที่เกิดจากการดัดแปลง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ทุก ๆ รายเสียก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากยิ่งหรือไม่สามารถจะเป็นไปได้เลยในความเป็นจริง ทำให้กรณีนี้ในส่วนของงานสร้างสรรค์ที่ได้มีส่วนของการทำเหมืองข้อความและข้อมูลรวมอยู่ด้วย และปรากฎว่างานนั้นมีความคล้ายคลึงกันในสาระสำคัญอันถือว่าเป็นการ “ดัดแปลง” ตามบัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 กรณีนี้ก็จะทำให้ผู้สร้างสรรค์ไม่สามารถที่จะได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในงานนั้น ๆ ได้เลย ถึงแม้จะได้มีการใส่ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Originality) ในงานนั้นและถึงแม้จะได้รับยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์เนื่องจากเป็นการใช้อย่างเป็นธรรม (Fair Use) ดังนั้น การที่บัญญัติไว้เพียงแต่ข้อยกเว้นทั่วไปในมาตรา 32 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 อาจจะไม่เพียงพอต่อยุคสมัยที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบัน เพราะหากจะต้องขออนุญาตในการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ที่กระจายตัวอยู่เสมอ ย่อมก่อให้เกิดอุปสรรคที่ตามมาหลายด้านไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของค่าใช้จ่าย ระยะเวลาในการขออนุญาต หรือแม้กระทั่งตัวสัญญาอนุญาตเองที่อาจจะมีเงื่อนไขต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับข้อจำกัดที่ตามมา อีกทั้งการตีความอย่างแคบในมาตรา 11 ในเรื่องของการจะได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ที่จะต้องขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เสียก่อนนั้น ก็เป็นการตีความที่แคบจนเกินไปและเมื่อนำมาพิจารณาควบคู่กับการทำเหมืองข้อความและข้อมูลแล้วนั้น จะเห็นว่าการขออนุญาตนั้นเป็นสิ่งที่ยากหรือเป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง กรณีนี้จึงส่งผลให้ผู้สร้างสรรค์งานโดยใช้การทำงานของการทำเหมืองข้อความและข้อมูลมาประยุกต์ใช้ไม่สามารถที่จะได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ได้ จากการศึกษาพบว่าเพื่อที่จะส่งเสริมและพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงส่งเสริมการสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ ขึ้น จึงควรมีการกำหนดคำนิยาม และข้อยกเว้นในส่วนของการทำเหมืองข้อความและข้อมูล เป็นบทบัญญัติเอาไว้อย่างชัดเจนเป็นตัวบทกฎหมาย ทั้งนี้ ในระหว่างที่ยังไม่มีการแก้ไขกฎหมายผู้ศึกษาเห็นควรว่า ย่อมสามารถที่จะอาศัยการตีความของมาตรา 32 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ได้เช่นเดียวกัน โดยเป็นการนำเอาหลักการใช้อย่างเป็นธรรม (Fair Use) มาปรับใช้ แต่ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นการนำเอาหลักการใช้อย่างเป็นธรรมมาใช้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป ในส่วนของบทบัญญัติของมาตรา 11 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 นั้น ผู้เขียนมีความเห็นว่าควรที่จะมีตีความหมายที่กว้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สร้างสรรค์ที่เกิดจากการดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่น สามารถที่จะได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในงานดัดแปลงได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ โดยเป็นการกำหนดให้การที่จะได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์นั้นอยู่ภายใต้หลักความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Originality) ไม่ว่างานนั้น ๆ จะเกิดจากการดัดแปลงจากงานมันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นก็ตาม แต่หากงานดังกล่าวได้ใส่ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Originality) ที่มากเพียงพองานนั้น ๆ ก็อาจจะได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ได้ แต่ทั้งนี้ การกระทำเช่นว่านั้นจะต้องเป็นการใช้อย่างเป็นธรรม (Fair Use) ควบคู่กันด้วย
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-03-12



