มาตรการทางกฎหมายในการป้องกันและปราบปรามการก่อการร้ายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
收藏DataCite Commons2024-09-13 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.662
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสถานการณ์มาตรการทางกฎหมายในการป้องกันและปราบปรามการก่อการร้ายในสามจังหวัดชายแดนใต้ (2) ศึกษาถึงกระบวนการ ปัญหาและอุปสรรค มาตรการทางกฎหมายในการป้องกันและปราบปรามการก่อการร้ายในสามจังหวัดชายแดนใต้ โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบต่อมาตรการป้องกันทางกฎหมายของต่างประเทศ และ(3) เสนอแนวทางมาตรการทางกฎหมายในการป้องกันและปราบปรามการก่อการร้ายในสามจังหวัดชายแดนใต้การวิจัยครั้งนี้ใช้แนวคิดการก่อการร้ายในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับกฎหมายพิเศษที่บังคับใช้ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้ระเบียบวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบด้วยการวิจัยจากเอกสาร ซึ่งได้รวบรวมข้อมูลเชิงปรากฏการณ์ด้านการใช้อำนาจรัฐในสถานการณ์ฉุกเฉินของต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศฝรั่งเศส ประเทศอังกฤษ และประเทศสหรัฐอเมริกา และข้อมูลเชิงปรากฏการณ์กรณีการใช้กฎหมายพิเศษที่จังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย และมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ มาเป็นกรณีศึกษาในครั้งนี้จากการวิจัย พบว่า (1) กฎหมายพิเศษที่บังคับใช้ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ที่ใช้ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ที่ยังมีความจำเป็น แต่ต้องมีการพิจารณาบังคับใช้อย่างเหมาะสมและปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ (2) กระบวนการทางกฎหมายในการป้องกันและปราบปรามการก่อการร้ายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้วางอยู่บนหลักการของการเปิดพื้นที่เจรจาสันติภาพ โดยมีการประกาศเป้าหมาย “ไฟใต้ต้องมอดดับ ปี 2570” และคณะกรรมการพูดคุยเพื่อสันติสุขได้ดำเนินการเจรจากับกลุ่ม BRN ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยทั้งสองฝ่ายได้จัดทำข้อตกลง “แผนปฏิบัติการร่วมกันเพื่อสร้างสันติภาพแบบครอบคลุม” (Join Comprehensive Plan Towards Peace, JCPP) เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างสมบูรณ์ และ (3) แนวทางและข้อเสนอต่อมาตรการทางกฎหมายในการป้องกันและปราบปรามการก่อการร้ายในสามจังหวัดชายแดนใต้ โดยมีข้อเสนอ ดังนี้ นโยบายเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคง คือ (1) กฎหมายความมั่นคงต้องมีมาตรฐานกฎหมายบางอย่างกำกับและประเมินผลกฎหมายความมั่นคง และรายงานให้ประชาชนทั่วไปทราบถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา (2) สร้างเสริมกระบวนการปรับทัศนคติของเจ้าหน้าที่รัฐให้สอดคล้องกับสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม ทำให้ประชาชนในพื้นที่ไว้วางใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ภายใต้หลักการ “เข้าใจ เข้าถึง และประนีประนอม” และยืนอยู่บนฐานคิดของหลักสิทธิมนุษยชนในการปฏิบัติหน้าที่ 3) นิยามประเด็นของ “ความมั่นคง” อย่างมีขอบเขตที่ชัดเจน ในการตีความของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างไม่เป็นธรรม (4) กำหนดนโยบายทั้งในระดับรัฐและระดับท้องถิ่นที่มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อมุ่งสร้างสันติภาพและธำรงไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แนวทางการปรับปรุงระบบกฎหมายพิเศษที่บังคับใช้ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ เสนอให้บัญญัติตามหลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชนไว้ในรัฐธรรมนูญ และเสนอแนะให้มีการสร้างกลไกตรวจสอบถ่วงดุลเชิงกระบวนการอย่างเป็นระบบ คือ (1) ให้องค์กรนิติบัญญัติมีอำนาจ ตรวจสอบ ถ่วงดุลการใช้ดุลพินิจตัดสินสถานการณ์ฉุกเฉินของฝ่ายบริหาร (2) ให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องรับผิดชอบต่อความรับผิดทางอาญาและทางแพ่ง หรือการรับผิดรับชอบทางปกครอง (3) ส่งเสริมนโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการผ่อนปรนความเข้มข้นของนโยบายด้านความมั่นคงลักษณะที่คู่ขนานกันอย่างสมดุล
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-09-13



