five

กลยุทธ์การสื่อสารของผู้นำทางการเมือง: กรณีศึกษาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

收藏
DataCite Commons2025-09-16 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.838
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การค้นคว้าอิสระเรื่อง “กลยุทธ์การสื่อสารของผู้นำทางการเมือง กรณีศึกษาพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา”นี้ มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อหลักในการศึกษาคือ 1. ศึกษาและทำความเข้าใจถึงกลยุทธ์การสื่อสารที่นำมาใช้เพื่อทำให้ได้รับความนิยม เปรียบเทียบความเหมือนและความต่างในช่วงเป็น นายกรัฐมนตรีจากการทำรัฐประหารและจากการเลือกตั้ง 2. ศึกษาและทำความเข้าใจถึงกลยุทธ์การสื่อสารที่นำมาใช้เพื่อทำให้ได้รับความนิยม เปรียบเทียบในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง พ.ศ.2562 และ 2566 และ 3. ศึกษาและทำความเข้าใจถึงกลยุทธ์การสื่อสารที่นำมาใช้เพื่อทำให้ได้รับความนิยมในช่วง เกิดเหตุการณ์ที่สำคัญทางการเมือง โดยวิธีการอันได้มาซึ่งข้อมูลก่อนการวิเคราะห์นั้น ในตอนที่ทำการศึกษายังคงมีข้อมูลปฐมภูมิปรากฏอยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ ส่วนของบทให้สัมภาษณ์ได้มีการถอดเทปออกมาเป็นตัวอักษรให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงทำให้การค้นคว้าอิสระนี้มีจำนวนหลายร้อยหน้า ตัวเนื้อหาในบางส่วนจึงมีไว้เพื่อเป็นลายลักษณ์อักษรในสิ่งที่พลเอกประยุทธ์พูด โดยไม่ตัดไปเพียงเฉพาะบางประโยค ซึ่งอาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจบริบทคลาดเคลื่อนไป จากนั้นจึงค่อยนำข้อมูลเหล่านั้นมามองในภาพรวมและวิเคราะห์ร่วมกับแนวคิดทฤษฎี งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงตัวชี้วัดความนิยมของพลเอกประยุทธ์ในห้วงเวลานั้น และนำมาแยกเป็นการสรุปผลของแต่ละช่วงเหตุการณ์ เพื่อนำมาตอบคำถามวิจัย และวัตถุประสงค์ของการวิจัยต่อไป ผลการศึกษาพบว่า ช่องทางการสื่อสารของพลเอกประยุทธ์นั้นเปลี่ยนไปแล้วแต่สถานการณ์และยุคสมัย เน้นการสื่อสารทางเดียวเป็นหลัก ด้านเนื้อหาการสื่อสารในช่วงเป็นนายกรัฐมนตรีจากการทำรัฐประหารและจากการเลือกตั้งจะสื่อสารเพื่ออธิบายตัวตน คุณสมบัติหรือแสดงทัศนคติเป็นหลักทั้งสองช่วง ส่วนกลยุทธ์การหาเสียงเลือกตั้งเปรียบเทียบระหว่างปี 2562 กับ 2566 พบว่า ใช้กลยุทธ์หาเสียงด้วยการสร้างภาพลักษณ์ประทับในความทรงจำเป็นหลัก ตามด้วยการชูความเป็นผู้นำนั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเหมือนกันทั้งสองสมัย และส่วนของผลการศึกษา การสื่อสารช่วงเกิดเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองพบว่า ผลการสื่อสารทางการเมืองจะเน้นการสร้างทัศนคติทางการเมืองเป็นหลัก รองลงมาคือการสร้างบทบาททางการเมือง ตามด้วยความรู้และ ความเข้าใจทางการเมือง และสุดท้ายคือการสร้างความสนใจทางการเมือง โดยมีลักษณะการสื่อสาร คือชี้ให้เห็นถึงเจตจำนงของตนเอง (ไม่ต้องการขัดแย้ง ไม่ต้องการอำนาจ) เป็นหลัก รองลงมาคือ ชี้แจงการทำงานและวิธีแก้ปัญหา ยืนยันความพยายามของรัฐบาล อธิบายเกี่ยวกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ก็มีการกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับตนอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-09-16
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务