five

ปัญหาการจัดการผลกระทบของครีมกันแดดต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลในประเทศไทย

收藏
DataCite Commons2024-08-30 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.492
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ถึงแม้ว่าครีมกันแดดจะมีประโยชน์ในการปกป้องผิวหนังมนุษย์จากแสงแดดมากมายหลายประการแต่ในมติของสิ่งแวดล้อมนั้น สารเคมีในครีมกันแดดก็สร้างผลกระทบและความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับปะการังที่เป็นทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่สำคัญกับภาคเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทย จากการศึกษา พบว่าครีมกันแดดปริมาณ 14,000 ตัน จะปนเปื้อนน้ำทะเลทั่วโลกในทุก ๆ ปี โดยต้นตอหลัก ๆ มาจากที่การถูกชะล้างโดยตรงยามคนเราลงเล่นน้ำในทะเล และโดยการเล็ดรอดผ่านน้ำเสียที่ไหลลงทะเล ทั้งนี้ ส่วนผสมที่เป็นสารอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลดังกล่าว ถูกใช้อย่างแพร่หลายในครีมกันแดดและถูกพบว่าเป็นส่วนผสมของครีมกันแดดมากกว่า 3,500 ยี่ห้อทั่วโลกแล้ว กฎหมายระหว่างประเทศที่สามารถนำมาปรับใช้กับการแก้ไขปัญหาความเป็นภาวะมลพิษของสารเคมีในครีมกันแดดต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาคือ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS จากการศึกษาพบว่าความสารเคมีในครีมกันแดดบางประเภทเป็นภาวะมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลซึ่งสอดคล้องกับคำนิยามในข้อ 1 (1)(4) ของ UNCLOS ดังนั้น ประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีของ UNCLOS จึงมีพันธกรณีในการคุ้มครองและสงวนรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล ตลอดจนให้รัฐมีหน้าที่ในการออก กฎหมายหรือมาตรการที่จำเป็นใด ๆ เพื่อป้องกัน ลด และควบคุมมลพิษจากแหล่งบนบก เพื่อแก้ไขปัญหาความเป็นภาวะมลพิษของสารเคมีในครีมกันแดดต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลดังกล่าวถึงแม้ข้อเท็จจริงในปัจจุบันจะพบว่าทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล อันได้แก่ ปะการัง จะได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจากปัจจัยหลักได้แก่อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน ซึ่งทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งการใช้ครีมกันแดดของมนุษย์ที่ทำกิจกรรมทางทะเล ก็เพิ่มโอกาสที่จะทำให้ปะการังฟอกขาว หรือทำให้ปะการังอ่อนแอ ไม่สามารถต่อสู้กับอุณหภูมิความร้อนที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันได้เท่าที่ควร และจะส่งผลกระทบต่อตัวสัตว์และมนุษย์เป็นห่วงโซในปัจจุบันประเทศไทยได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวจึงได้มีการออกมาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการห้ามนำและใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการังเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม พบว่ามาตรการทางกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ขาดประสิทธิภาพในการบังคับใช้ และไม่เพียงพอที่จะใช้แก้ไขปัญหาได้จริง ดังนั้น ความท้าทายในการจัดการปัญหาดังกล่าวนี้ของประเทศไทยในฐานะภาคีของ UNCLOS จึงเป็นการปรับปรุงกฎหมายและมาตรการภายในให้สอดคล้องและเพียงพอในการแก้ไขปัญหาความเป็นภาวะมลพิษของสารเคมีในครีมกันแดดต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่มีโอกาสเกิดปัญหาและความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้ในปัจจุบัน หากไม่ได้รับการจัดการอย่างทันท่วงที
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-08-30
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务