five

การศึกษาการปรับใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1179 ต่อกรณีที่ผู้ถือหุ้นบางรายขาดประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นตามมาตรา 1171

收藏
DataCite Commons2024-11-22 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.res.2024.17
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ในปัจจุบันการดําเนินกิจการในรูปแบบบริษัทเอื้อให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าร่วมลงทุนได้ง่ายและจํากัด ความเสี่ยงที่จะเกิดจากการลงทุนได้ การดําเนินกิจการในรูปแบบองค์กรธุรกิจประเภทนี้จึงได้รับความนิยม อย่างมาก ด้วยเหตุนี้กฎหมายที่เกี่ยวข้องจึงมีความสําคัญในการกําหนดแนวทาง รูปแบบ ขั้นตอน ขอบเขตใน การบริหารจัดการบริษัท รวมถึงมาตรการในการแก้ไขข้อขัดข้องที่อาจเกิดขึ้นได้ กฎหมายบริษัทของไทยได้เปิด ช่องให้สามารถกําหนดข้อบังคับของบริษัทให้แตกต่างไปจากบทบัญญัติของกฎหมายได้ เช่น มาตรา 1178 แห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติในเรื่องในเรื่ององค์ประชุมไว้ ข้อบังคับของบริษัทสามารถก้าหนด จํานวนผู้ถือหุ้นที่จะเป็นองค์ประชุมให้แตกต่างจากบทบัญญัติของกฎหมายได้ และหากการประชุมผู้ถือหุ้นไม่สามารถจัดให้มีขึ้นได้ เนื่องจากผู้ถือหุ้นบางรายไม่เข้าร่วมการประชุมทําให้ผู้ถือหุ้นไม่ครบจํานวนเป็นองค์ ประชุม กฎหมายก็ได้กําหนดมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยให้เรียกนัดใหม่อีกคราวภายใน 14 วัน และการ ประชุมครั้งหลังนี้ไม่บังคับให้ต้องครบองค์ประชุม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1179 หากปรากฏว่าข้อบังคับของบริษัทกําหนดองค์ประชุมสําหรับการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นให้ต่างไปจากที่ กฎหมายกําหนด เช่น กําาหนดว่าการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น “ทุกคราว” ผู้ถือหุ้นทุกรายจะต้องเข้าร่วมการประชุม จึงจะครบองค์ประชุม แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ผู้ถือหุ้นบางรายปฏิเสธไม่เข้าร่วมการประชุมไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ทําให้ไม่ครบเป็นองค์ประชุม บริษัทจึงต้องเรียกประชุมใหม่อีกคราว และผู้ถือหุ้นรายดังกล่าวก็ไม่เข้าประชุมอีก ดังนี้ จึงเกิดปัญหาในการตีความข้อบังคับว่า การประชุมผู้ถือหุ้น “ทุกคราว” ที่ต้องมีผู้ถือหุ้นทุกรายเข้าร่วม ประชุมจึงจะครบองค์ประชุมนั้น รวมถึงการประชุมครั้งหลังที่เลื่อนมาหรือไม่ จากประเด็นปัญหาข้างต้น จึงมีการศึกษาถึงหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการบริษัท การกําหนดสิทธิและหน้าที่ของผู้ถือหุ้น การจัดประชุมผู้ถือหุ้น การกําหนดองค์ประชุม และผลของมติที่ประชุม รวมทั้งหลักกฎหมายทั่วไปที่บัญญัติในเรื่องการตีความ หลักสุจริต และการตกลงยกเว้นกฎหมาย เพื่อวิเคราะห์ ว่าการตีความข้อบังคับในเรื่องการกําหนดองค์ประชุมของที่ประชุมผู้ถือหุ้นควรเป็นไปเช่นใดให้เกิดความเป็นธรรมและไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารจัดการบริษัทและการดํารงอยู่ของบริษัท จากการศึกษาพบว่าสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ไม่มีบทบัญญัติเรื่องการดําเนินการของบริษัท ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นเข้าประชุมไม่ครบเป็นองค์ประชุม ในทางปฏิบัติ หากพ้นระยะเวลาอันสมควรแล้ว ประธานใน ที่ประชุมก็จะเลื่อนประชุม กฎหมายของสหราชอาณาจักรให้อํานาจศาลที่จะกําหนดให้มีการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นได้หากปรากฏว่าการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นหรือการดําเนินการจัดประชุมตามวิธีการที่กําหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัทไม่อาจเป็นไปได้ (impracticable) การออกคําสั่งของศาลข้างต้นให้รวมถึงการกําหนดให้การที่ผู้ถือ หุ้นเพียงคนเดียวเข้าประชุมก็ถือว่าการประชุมนั้นครบองค์ประชุมแล้ว เพื่อไม่ให้มีเหตุใดขัดขวางการดําเนินกิจการของบริษัทได้ ส่วนสหรัฐอเมริกามีบทบัญญัติสําคัญที่ให้อํานาจศาลในการออกคําสั่งให้บริษัทต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นขึ้นโดยมีเงื่อนไขคือ มีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการของบริษัทร้องขอ และบริษัทไม่ได้จัดประชุมผู้ถือ หุ้นมาเกินกว่า 30 วันนับแต่วันที่มีการกําหนดนัดวันประชุมไว้ หรือเมื่อพ้น 13 เดือนนับแต่วันที่มีการประชุม ผู้ถือหุ้นครั้งสุดท้าย โดยในการประชุมตามคําสั่งศาลนี้จะไม่นําข้อบังคับเกี่ยวกับองค์ประชุมมาบังคับใช้ และให้ถือว่าผู้ที่เข้าประชุมในที่ประชุมเป็นองค์ประชุมของบริษัท จึงเห็นได้ว่า กฎหมายของสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาได้ให้อํานาจศาลในการสั่งให้มีการ ประชุมผู้ถือหุ้นได้แม้ว่าจะมีผู้ถือหุ้นเข้าประชุมไม่ครบเป็นองค์ประชุม ทั้งนี้ ก็เพื่อให้บริษัทสามารถดําเนินการ ต่อไปได้ อันเป็นไปตามนิติวิธีในระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ (Common Law) อย่างไรก็ดี เนื่องจากประเทศ ไทยใช้ระบบกฎหมายซีวิล ลอว์ (Civil Law) ด้วยนิติวิธีที่เน้นการตราบทบัญญัติกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษร จากการศึกษาพบว่ากฎหมายไทยมีบทบัญญัติว่าด้วยองค์ประชุมในลักษณะเดียวกันกับกฎหมายของประเทศ ฝรั่งเศส โดยยังไม่มีการตรากฎหมายกําหนดมาตรการดังเช่นสหราชอาณาจักรหรือสหรัฐอเมริกา และจนถึง ปัจจุบัน ก็ยังไม่ปรากฏว่ามีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายในเรื่องนี้ให้ชัดเจนขึ้นในการพิเคราะห์ว่า การตีความข้อบังคับควรเป็นไปในทิศทางใด-ให้ต้องนําหลักการตีความมาใช้ จากการศึกษาพบว่า การตีความข้อบังคับจําต้องพิจารณาประกอบบริบทต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์หรือ ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย (Teleological Interpretation) ที่คํานึงถึงความมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ของ ระบบกฎหมายทั้งระบบเป็นสําคัญ เพื่อให้บริษัทสามารถดําเนินการประกอบกิจการต่อไปได้ ดังนั้น หากข้อบังคับปรากฏข้อความว่าการประชุมผู้ถือหุ้น “ทุกคราว” คําว่าการประชุมผู้ถือหุ้น “ทุกคราว” นี้ หมายความถึงการประชุมผู้ถือหุ้นทุกคราวที่ได้นัดเรียกไม่ว่าจะเป็นการประชุมสามัญประจําปีและการประชุมวิสามัญที่ได้นัดเรียกตามมาตรา 1175 เท่านั้น แต่ไม่รวมถึงการประชุมที่เลื่อนออกมา ในการประชุมที่เลื่อน ออกมาต้องอยู่ภายใต้บังคับมาตรา 1179 วรรคสอง ที่กําหนดให้ไม่ต้องพิจารณาองค์ประชุม การตีความเช่นนี้ เป็นการตีความกฎหมายตามหลักการและเหตุผลของกฎหมายซึ่งสะท้อนอยู่ในมาตราต่าง ๆ เช่น ประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 10 มาตรา 171 และมาตรา 368 การตีความในลักษณะนี้จึงเป็นการตีความ โดยพิจารณาถึงถ้อยคําที่ปรากฏ ความประสงค์ของคู่สัญญา ปกติประเพณีของการประกอบธุรกิจ หลักสุจริต และผลที่เกิดขึ้นจากการตีความประกอบกัน โดยพิจารณาระบบกฎหมายทั้งระบบเป็นองค์รวม ซึ่งการตีความ เช่นนี้จะทําให้ไม่อาจเกิดสภาวะติดตาย (deadlock) ได้เลย การตีความตามตัวอักษรอย่างเคร่งครัดที่ให้ใช้กับ การประชุมผู้ถือหุ้น “ทุกคราว” ย่อมขัดกับวัตถุประสงค์กับการจัดตั้งบริษัทที่คู่สัญญาประสงค์ที่จะเข้าร่วมกัน เพื่อแสวงหากําไร และประสงค์ให้กิจการสามารถดําเนินต่อไปได้ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นบางกลุ่มหรือบาง รายอาศัยประโยชน์จากถ้อยคําว่า “ทุกคราว” ในทางที่มีแต่จะกระทบของสิทธิของผู้ถือหุ้นรายอื่น และส่งผล กระทบไปถึงการดําเนินกิจการของบริษัท ย่อมเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. คณะนิติศาสตร์
创建时间:
2024-11-22
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务