ปัญหาการสละสมณเพศของพระภิกษุในกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญากับหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์
收藏DataCite Commons2024-08-29 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.481
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การค้นคว้าอิสระฉบับนี้ได้ศึกษาและวิเคราะห์ถึงปัญหาการสละสมณเพศของพระภิกษุในกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญา เมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่เห็นสมควรปล่อยชั่วคราวพระภิกษุผู้ถูกจับโดยต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาและเจ้าอาวาสแห่งวัดที่พระภิกษุรูปนั้นสังกัดไม่รับมอบตัวไว้ควบคุม หรือพนักงานสอบสวนไม่เห็นสมควรให้เจ้าอาวาสรับตัวไปควบคุม พนักงานสอบสวนมีอำนาจดำเนินการให้พระภิกษุสละสมณเพศได้ ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เนื่องจากการดำเนินการสละสมณเพศในกรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของพระภิกษุหลายประการ อันได้แก่ สิทธิในกระบวนการยุติธรรมตามหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ เสรีภาพในการนับถือศาสนา และเสรีภาพในการประกอบอาชีพ จากการศึกษาพบว่า การที่พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่ปล่อยตัวชั่วคราวพระภิกษุผู้ถูกจับโดยต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาและเจ้าอาวาสแห่งวัดที่พระพระภิกษุรูปนั้นสังกัดไม่รับมอบตัวไว้ควบคุม หรือพนักงานสอบสวนไม่เห็นสมควรให้เจ้าอาวาสรับตัวไปควบคุม และดำเนินการสละสมณเพศพระภิกษุ เป็นการปฏิบัติต่อบุคคลที่ศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดเสมือนกับบุคคลที่ได้กระทำความผิด กล่าวคือ การไม่ปล่อยตัวชั่วคราวเป็นการนำตัวบุคคลไว้ในอำนาจรัฐ เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของพระภิกษุ ทำให้ต้องสูญเสียเสรีภาพ อิสรภาพ และเมื่อเปรียบเทียบการสละสมณเพศของพระภิกษุตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กับกรณีพระภิกษุถูกกล่าวหาว่ากระทำการล่วงละเมิดพระธรรมวินัย ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2521) ว่าด้วยการลงนิคหกรรมแล้ว จะพบว่า การดำเนินการให้พระภิกษุสละสมณเพศตั้งแต่ในชั้นก่อนการพิจารณาคดีของศาลมีผลเช่นเดียวกับการลงนิคหกรรมให้สึก อันเป็นลงโทษตามพระธรรมวินัยที่ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาวินิจฉัยลงนิคหกรรมมาแล้ว และเมื่อเปรียบเทียบการสละสมณเพศของพระภิกษุตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กับกรณีข้าราชการพลเรือนถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญาตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 จะพบว่า ข้าราชการพลเรือนจะถูกลงโทษทางวินัยก็ต่อเมื่อผลการพิจารณาคดีอาญาปรากฏว่าผู้นั้นกระทำความผิดอาญาโดยศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกหรือโทษที่หนักกว่าโทษจำคุก แต่ในกรณีที่พระภิกษุถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญากลับมีการดำเนินการสละสมณเพศพระภิกษุตั้งแต่ในชั้นก่อนการพิจารณาคดีของศาล ซึ่งการดำเนินการสละสมณเพศพระภิกษุมีผลเช่นเดียวกับการลงโทษทางวินัยแก่ข้าร้าชการพลเรือนในกรณีถูกปลดออกหรือไล่ออก กรณีนี้จึงเป็นการปฏิบัติต่อบุคคลเสมือนกับบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาว่าเป็นผู้กระทำความผิด อันกระทบต่อหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ อีกทั้ง ยังกระทบต่อการใช้เสรีภาพในการถือศาสนาหรือการปฏิบัติตามศาสนา เพราะการสละสมณเพศเป็นการบังคับให้พระภิกษุสละเพศพระภิกษุ พระภิกษุต้องพ้นจากการเป็นพระภิกษุอย่างถาวร ไม่สามารถใช้เสรีภาพของตนในการเผยแผ่ศาสนาและปฏิบัติตามศาสนาได้ เสมือนเป็นการลงโทษให้ประหารชีวิตพระภิกษุ เพราะได้ตายจากความเป็นพระภิกษุแล้วตั้งแต่ในชั้นก่อนการพิจารณาคดีของศาล และส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการประกอบอาชีพของพระภิกษุ เพราะพระภิกษุต้องพ้นจากการเป็นสมณเพศ พ้นจากสมณศักดิ์หรือตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ที่ดำรงอยู่ ซึ่งหากต่อมาศาลพิพากษาว่าพระภิกษุไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดอาญา การที่พระภิกษุได้พ้นจากสมณเพศ สมณศักดิ์หรือตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ไปแล้ว ย่อมกระทบต่อความก้าวหน้าในการประกอบอาชีพของพระภิกษุ ฉะนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของพระภิกษุในระหว่างถูกดำเนินคดีอาญา จึงควรมีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติ มาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ในกรณีที่พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่เห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราวพระภิกษุผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญาหรือพระภิกษุรูปนั้นมิได้สังกัดในวัดใดวัดหนึ่ง ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจควบคุมตัวพระภิกษุไว้ในสถานที่อื่นนอกเรือนจำ หรือมอบตัวพระภิกษุให้แก่หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลพระภิกษุเป็นผู้ควบคุมตัว รวมทั้ง ควรมีมาตรการเยียวยาสิทธิของพระภิกษุในกรณีที่มีการดำเนินการสละสมณเพศพระภิกษุตั้งแต่ในชั้นถูกสอบสวน ตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 หากต่อมาศาลมีคำพิพากษาว่าพระภิกษุไม่ได้กระทำความผิดอาญาตามที่ถูกกล่าวหา อันได้แก่ การคืนพรรษาให้พระภิกษุเท่ากับพรรษาเดิมก่อนที่จะมีการดำเนินการสละสมณเพศ การคืนสมณศักดิ์เดิมให้แก่พระภิกษุ และการคืนตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ในตำแหน่งเดิม
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-08-29



