five

มาตรการลงโทษและกําาหนดโทษทางอาญาที่เหมาะสมสําหรับผู้กระทําความผิดที่เป็นผู้สูงอายุ

收藏
DataCite Commons2025-09-23 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.912
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ในปัจจุบัน ประเทศไทยจัดเป็นสังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete Aged Society) โดยมีจำนวนประชากรอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปเกินร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งหมดและยังมีแนวโน้มว่าจำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งเมื่อจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นย่อมมีความเป็นไปได้ที่จำนวนผู้กระทำความผิดสูงอายุจะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุย่อมเผชิญกับความเสื่อมถอยของร่างกายตามธรรมชาติและปัญหาสุขภาพที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ในขณะเดียวกันก็มีความเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม เช่น การเกษียณอายุ หรือการสูญเสียบุคคลใกล้ชิด ซึ่งความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้สูงอายุ เช่น เกิดความรู้สึกเศร้า วิตกกังวล หรืออารมณ์แปรปรวน ดังนี้ ผู้สูงอายุจึงมีลักษณะที่เปราะบางมากกว่าช่วงวัยอื่น และปัจจัยทางร่างกาย จิตใจ และสังคมดังกล่าวก็อาจเป็นสาเหตุในการกระทำความผิดของผู้สูงอายุบางราย โดยในปีพ.ศ. 2567 กรมราชทัณฑ์มีผู้ต้องขังอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 7,703 คน แม้จะเป็นจำนวนที่น้อยกว่าผู้ต้องขังในวัยอื่น แต่ด้วยความเปราะบางทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้สูงอายุจึงส่งผลให้รัฐต้องใช้งบประมาณในการดูแลเฉลี่ยต่อรายสูงกว่าผู้ต้องขังในวัยอื่น เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุ เป็นต้น ประกอบกับประเทศไทยยังคงประสบปัญหานักโทษล้นเรือนจำอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ การกำหนดมาตรการลงโทษและการกำหนดโทษสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะจึงเป็นสิ่งจำเป็นในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศไทยเพื่อให้การลงโทษและการกำหนดโทษมีความสอดคล้องกับลักษณะของผู้สูงอายุแต่ละราย ตลอดจนสร้างสมดุลระหว่างประโยชน์สาธารณะและการลงโทษผู้กระทำความผิด กล่าวคือ การลดงบประมาณค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ต้องขังของรัฐ และบรรเทาปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ ในขณะเดียวกันยังสามารถลงโทษผู้กระทำความผิดได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นการลงโทษเต็มรูปแบบการค้นคว้าอิสระฉบับนี้มุ่งศึกษาการกำหนดมาตรการลงโทษและการกำหนดโทษที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ โดยศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายของต่างประเทศซึ่งแบ่งกลุ่มตามประเภทของมาตรการที่แต่ละประเทศได้บัญญัติไว้ ได้แก่ มาตรการยกเว้นโทษศึกษาจากประเทศอินโดนีเซีย และประเทศรัสเซีย มาตรการลดโทษและบรรเทาโทษศึกษาจากประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศเวียดนาม มาตรการรอการกำหนดโทษและรอการลงโทษศึกษาจากประเทศจีน และมาตรการกักขังในเคหสถานศึกษาจากประเทศบราซิลและประเทศอิตาลี จากการศึกษาพบว่า ในแต่ละประเทศมีการบัญญัติมาตรการสำหรับผู้สูงอายุไว้อย่างชัดเจน โดยมาตรการของแต่ละประเทศมีทั้งแบบที่เป็นบทบัญญัติบังคับซึ่งศาลต้องนำมาใช้กับผู้สูงอายุทุกกรณี และแบบที่เปิดโอกาสให้ศาลใช้ดุลพินิจว่าจะนำมาตรการมาใช้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นหลักการร่วมกันของแต่ละมาตรการคือ ศาลต้องนำสภาพความชราภาพของผู้กระทำความผิดมาพิจารณาเสมอ ประมวลกฎหมายอาญาของไทยยังไม่มีบทบัญญัติเฉพาะสำหรับผู้กระทำความผิดสูงอายุ การลงโทษและกำหนดโทษจึงต้องอาศัยบทบัญญัติทั่วไปซึ่งใช้กับผู้กระทำความผิดทุกช่วงวัย เช่น การกักขังในเคหสถานตามมาตรา 23 ประกอบมาตรา 24 การยกเว้นโทษด้วยเหตุวิกลจริตตามมาตรา 65 การรอการกำหนดโทษและรอการลงโทษตามมาตรา 56 เป็นต้น ซึ่งการอาศัยบทบัญญัติดังกล่าวกับผู้สูงอายุยังคงมีข้อจำกัดในทางปฏิบัติ ทั้งในแง่การใช้ดุลพินิจของศาลในการพิจารณาความชราภาพ และข้อจำกัดทางด้านหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดจนอาจเป็นอุปสรรคต่อการใช้มาตรการกับผู้สูงอายุ ผู้เขียนจึงมีข้อเสนอแนะว่า ควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาและกำหนดมาตรการลงโทษและกำหนดโทษสำหรับผู้สูงอายุให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยกำหนดหลักเกณฑ์ในการบังคับใช้ให้มีระดับความเข้มงวดที่แตกต่างกันไปตามลักษณะของแต่ละมาตรการ เช่น มาตรการปรับแทนการจำคุกซึ่งไม่มีลักษณะจำกัดเสรีภาพของผู้กระทำผิดจึงควรมีหลักเกณฑ์การพิจารณาที่แตกต่างจากมาตรการที่มีการจำกัดเสรีภาพ เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถคุ้มครองความปลอดภัยของสาธารณะได้อย่างเหมาะสม
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-09-23
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务