การตีตราและเลือกปฏิบัติต่อเพศวิถีในโลกแห่งการทำงาน: กรณีศึกษา อาชีพข้าราชการครู โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร
收藏DataCite Commons2022-10-11 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2020.1383
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาเรื่อง การตีตราและเลือกปฏิบัติต่อเพศวิถีในโลกแห่งการทํางาน กรณีศึกษา อาชีพข้าราชการครู โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสาเหตุ ที่ส่งผลให้เกิดการถูกตีตราและเลือกปฏิบัติต่อครูที่มีเพศวิถีแบบกะเทยในโลกแห่งการทํางาน2) เพื่อศึกษาหาแนวทางพัฒนาองค์กรเพื่อจัดการกับความหลากหลายทางเพศ การศึกษาในครั้งนี้ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) ทั้งการวิจัยเอกสารและเลือกเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์โดยใช้การเลือกตัวอย่างแบบลูกโซ่ (Snowball Sampling) จากครูที่นิยามตนเองว่าเป็นกะเทย จํานวน 3 คน โดยวิธีเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งแต่ละคนต้องมีบริบทชีวิตที่แตกต่างกันออกไป หลังจากที่ได้สัมภาษณ์ครูที่มีเพศวิถีแบบกะเทยทั้ง 3 คนแล้ว ให้ครูแต่ละคนแนะนําผู้ให้ข้อมูลรายต่อไปจํานวน 4 คน ซึ่งเป็นผู้ที่คาดว่าเคยมีประสบการณ์การตีตราและเลือกปฏิบัติต่อเพศวิถีแบบกะเทยไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ผลการศึกษาพบว่า ครูกะเทยที่ประกอบอาชีพครูในโรงเรียนที่ได้ทําวิจัย ยังมีความกังวล คือ เรื่องการแต่งกายตามระเบียบราชการ ครูกะเทยไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทํางานมากนัก แต่สิ่งแวดล้อมในสังคมโรงเรียนค่อนข้างจะเปิดกว้างมากขึ้น การกีดกันหรือการเลือกปฏิบัติจะไม่ค่อยกล้าแสดงอย่างเปิดเผย เป็นการซุบซิบนินทา การดูถูกเหยียดหยาม ครูจึงต้องพยายามพิสูจน์ด้วยผลงาน เพื่อการยอมรับคนเพศตรงข้ามในฐานะครูการที่แบบเรียนสุขศึกษาของประเทศไทยยังคงยึดเอาองค์ความรู้ชุดเก่า ไม่นําเอาความรู้ที่ทันสมัยมาใช้ประกอบการเขียน จนส่งผลกระทบด้านลบ อย่างเช่นทําให้คนทั่วไปยังคงมองคน แต่งกายข้ามเพศและคนรักเพศเดียวกันอย่างผิด ๆ ว่า เป็นคนผิดปกติหรือเจ็บปุวยทางจิต หรือเป็นปัญหาทางเพศ จึงถือเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง เพราะเป็นการบ่มเพาะให้เกิดความไม่ชอบหรือแม้กระทั่งเกลียดกลัวคนกลุ่มนี้ในทางอ้อมผ่านการผลิตซ้ําความเชื่อฝังหัวที่ผิด ๆ (แม้ว่าจะไม่จงใจก็ตาม) จนทําให้คนรักเพศเดียวกันและคนข้ามเพศบางคนไม่กล้าที่จะเปิดเผยตนเอง รวมไปถึงไม่มั่นใจว่าจะใช้ชีวิตในสังคมอย่างปลอดภัยได้มากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวจะแก้ไขได้นั้น ต้องแก้ไขที่กฎหมายแม่ที่เป็นร่มใหญ่ของกฎระเบียบทั้งหมด คือ กฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 เพื่อส่งผลให้ปัญหาอื่นแก้ไขได้ง่ายขึ้น และลดความกังวลให้กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-10-11



