five

การพัฒนาปัจจัยการผลิตจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรภายในฟาร์มสำหรับผลิตผักเคลอินทรีย์

收藏
DataCite Commons2022-09-20 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2021.618
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการพัฒนาวัสดุปลูกจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อการผลิตผักเคลอินทรีย์ตั้งแต่การเพาะกล้าจนถึงการปลูกลงแปลง การพัฒนาวัสดุปลูกจากการวางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ ประกอบด้วย 9 สิ่งทดลอง จำนวน 4 ซํ้า ดังนี้ T1: พีทมอส (ควบคุม), T2-T4: ขี้เลื่อยไม้ยูคาลิปตัสหมัก ถ่านชีวภาพไม้ยูคาลิปตัส และปุ๋ยหมักแม่โจ้ ตามลำดับ, T5: ขี้เลื่อยไม้ยูคาลิปตัสและถ่านชีวภาพไม้ยูคาลิปตัส อัตรา 1:1 โดยปริมาตร, T6: ขี้เลื่อยไม้ยูคาลิปตัสและปุ๋ยหมักแม่โจ้ อัตรา 1:1 โดยปริมาตร และ T7-T9: ขี้เลื่อยไม้ยูคาลิปตัส ถ่านชีวภาพไม้ยูคาลิปตัส และปุ๋ยหมักแม่โจ้ อัตรา 0.5:1:1, 1:1:1 และ 1:2:1 โดยปริมาตร ซึ่งจากผลการทดลองพบว่า วัสดุปลูกที่เหมาะสมที่สุดต่อการเพาะกล้าผักเคล คือ ขี้เลื่อยไม้ยูคาลิปตัส:ถ่านชีวภาพไม้ ยูคาลิปตัส:ปุ๋ยหมักแม่โจ้ อัตราส่วน 0.5:1:1 โดยปริมาตร ซึ่งให้เปอร์เซ็นต์ความงอกมากที่สุด เท่ากับ 78.33 เปอร์เซ็นต์ และเวลาเฉลี่ยในการงอกเร็วที่สุด คือ 2.71 วัน ในขณะที่ถ่านชีวภาพเพียงอย่างเดียวมีเปอร์เซ็นต์ความงอกน้อยที่สุดและเวลาเฉลี่ยในการงอกนานที่สุดจากนั้นคัดเลือกวัสดุปลูกที่เหมาะสมที่สุดต่อการเพาะกล้าผักเคล คือ ขี้เลื่อยไม้ยูคาลิปตัส:ถ่านชีวภาพไม้ยูคาลิปตัส:ปุ๋ยหมักแม่โจ้ อัตราส่วน 0.5:1:1 โดยปริมาตร มาใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์เพื่อทดสอบการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตของผักเคมในสภาพแปลง โดยวางแผนการทดลองแบบบล็อกสุ่มสมบูรณ์ จำนวน 6 สิ่งทดลอง สิ่งทดลองละ 4 ซํ้า (แปลง) ดังนี้ T1: ไม่ใส่ปุ๋ย (ควบคุม), T2-T6: ใส่ปุ๋ยอินทรีย์อัตรา 1000, 2000, 3000, 4000, 5000 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ บันทึกการเจริญเติบโตและคุณภาพผลผลิตของผักเคลที่เก็บเกี่ยวเป็นเวลาทั้งหมด 4 เดือน ได้แก่ 60, 90, 120 และ 150 วันหลังปลูก จากผลการทดลองพบว่า ผลผลิตของผักเคลมีค่ามากที่สุดเมื่อได้รับปุ๋ยอินทรีย์อัตรา 5,000 กิโลกรัมต่อไร่ โดยทำให้ผักเคลมีน้ำหนักสดผลผลิต (ใบสด) อยู่ที่ 135.18, 247.33, 381.00 และ 263.25 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อเก็บเกี่ยวที่อายุ 60, 90, 120 และ 150 วันหลังปลูก ตามลำดับ ซึ่งทำให้ได้ผลผลิตเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 271.06 กิโลกรัมต่อไร่ รองลงมาได้แก่ การให้ปุ๋ยอินทรีย์ที่อัตรา 4,000 และ 3,000 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งทำให้ได้ผลผลิตเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 271.96 และ 209.20 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ ทั้งนี้แม้ว่า ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระอย่างสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด ฟลาโวนอยด์ทั้งหมด และกิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH จะมีค่าแปลผกผันกับปริมาณปุ๋ยอินทรีย์ที่พืชได้รับ แต่พบว่า ทั้งปริมาณแคโรทีนอยด์และคลอโรฟิลล์รวมในผักเคลที่ได้รับปุ๋ยอินทรีย์อัตรา 6,000 กิโลกรัมต่อไร่ ยังคงให้ค่าที่สูงในผลผลิตบางรอบการเก็บเกี่ยว อย่างไรก็ตามจากการคำนวณความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจพบว่า การให้ปุ๋ยอินทรีย์อัตรา 5,000 กิโลกรัมต่อไร่ ทำให้ได้รายได้ต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 54,212.93 บาท ซึ่งทำให้สามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาประมาณ 9 เดือน แต่จากผลการทดลองหากเกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่สนใจปลูกผักเคลต้องการนำไปปรับใช้ในฟาร์ม อาจสามารถดัดแปลงอัตราการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ได้ตั้งแต่ 2,000 กิโลกรัมต่อไร่ เนื่องจากพบว่า สามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกับการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ในอัตราที่สูงที่สุด (5,000 กิโลกรัมต่อไร่) คือสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาประมาณ 10-11 เดือน อย่างไรก็ตามหากไม่มีการใส่ปุ๋ยพบว่า จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการคืนทุนถึงประมาณ 20 เดือน หรือ 1.7 ปี
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-09-20
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务