five

ระบบการแสวงหาข้อเท็จจริงโดยศาลในคดีอาญา: การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างระบบซีวิลลอว์และระบบคอมมอนลอว์โดยศึกษาเปรียบเทียบกับระบบของประเทศไทย

收藏
DataCite Commons2023-10-03 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.969
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ในทางทฤษฎีแบ่งแยกระบบการดำเนินคดีอาญาออกเป็น 2 ระบบ ได้แก่ ระบบไต่สวน และระบบกล่าวหา สัมพันธ์กับระบบกฎหมายที่สำคัญของโลก คือ ระบบซีวิลลอว์ และระบบคอมมอนลอว์ ซึ่งระบบการดำเนินคดีอาญาดังกล่าวมีแนวคิดและวิธีการแตกต่างกันหลายประการ โดยเฉพาะกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริงในคดี กล่าวคือ ประเทศซีวิลลอว์ใช้หลักการแสวงหาข้อเท็จจริงโดยศาล ในขณะที่ประเทศคอมมอนลอว์ใช้หลักการเสนอข้อเท็จจริงโดยคู่ความอย่างไรก็ตาม การติดต่อปฏิสัมพันธ์ระหว่างประเทศก่อให้เกิดการปรับเข้าหากัน นานาประเทศ แม้แต่ประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบของแต่ละระบบ ก็มีการนำวิธีการบางประการจากต่างระบบมาผสมผสาน นอกจากนี้ หลายประเทศสร้างวิธีพิจารณาของตนด้วยการผสมผสานวิธีการจากทั้ง 2 ระบบ เพื่อความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพในการดำเนินคดีควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ แม้ประเทศไทยจะเป็นประเทศซีวิลลอว์ แต่วิธีการทางพยานหลักฐานโดยเฉพาะกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริงในชั้นพิจารณาได้รับอิทธิพลจากกฎหมายอังกฤษมาตั้งแต่ยุคปฏิรูปกฎหมายและการศาล วิธีการบางประการโน้มเอียงไปทางระบบคอมมอนลอว์ นักกฎหมายไทยจึงมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับระบบการดำเนินคดีอาญาของไทย โดยบางส่วนเห็นว่าเป็นระบบกล่าวหา บางส่วนเห็นว่าเป็นระบบไต่สวน และบางส่วนเห็นว่าเป็นระบบผสม แม้ระบบการดำเนินคดีที่เป็นอยู่นี้ได้รับการยอมรับว่ายังคงใช้ได้ดีในการดำเนินคดีอาญาทั่วไป แต่กลับพบว่าด้อยประสิทธิภาพในการดำเนินคดีที่มีลักษณะพิเศษบางประเภท นำไปสู่การสร้างวิธีพิจารณาแบบใหม่ เรียกว่า ระบบไต่สวน ขึ้นมาใช้ในการพิจารณาคดีดังกล่าว ประเทศไทยจึงมีวิธีพิจารณาคดีอาญา 2 ระบบ คู่ขนานกัน ซึ่งนำไปสู่ปัญหาใหม่บางประการเพื่อให้เข้าใจถึงระบบการแสวงหาข้อเท็จจริงในคดีอาญาของไทยอย่างถูกต้อง ดุษฎีนิพนธ์นี้จึงทำการศึกษาระบบการแสวงหาข้อเท็จจริงในระบบซีวิลลอว์และระบบคอมมอนลอว์ในเชิงเปรียบเทียบวิธีการ และเปรียบเทียบกับกระบวนการของประเทศไทย รวมตลอดถึงศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อทางปฏิบัติของศาล ปัญหาที่มีในวิธีพิจารณาแต่ละระบบ และปัญหาอันเนื่องมาจากการใช้วิธีพิจารณา 2 ระบบ ควบคู่กันจากการศึกษาพบว่า กฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาระบบปกติมีลักษณะผสมผสานระหว่างวิธีการในระบบซีวิลลอว์กับระบบคอมมอนลอว์ โดยกฎหมายให้น้ำหนักกับวิธีการในระบบซีวิลลอว์มากกว่า แต่ทางปฏิบัติเป็นไปในทางตรงข้ามโดยโน้มเอียงไปตามวิธีการในระบบคอมมอนลอว์ อันเนื่องมาจากปัจจัยหลายประการ เช่น นิติประเพณี ประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ เป็นต้น ซึ่งข้อค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่าแท้จริงแล้ววิธีการแสวงหาข้อเท็จจริงในคดีอาญาระบบปกติของไทยมีพื้นฐานมาจากวิธีการในระบบซีวิลลอว์ มิได้ต่างจากวิธีการในระบบไต่สวนที่นำมาใช้ในภายหลังมากนัก วิธีการพื้นฐานส่วนใหญ่สามารถปรับใช้ในคดีอาญาระบบไต่สวนได้ การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการสร้างมาตรฐานกลางในวิธีพิจารณาคดีอาญาระบบไต่สวนขึ้นและผนวกเข้าไปในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อให้สามารถใช้หลักการพื้นฐานบางประการร่วมกันได้ อันจะเป็นการสะดวกแก่ปรับใช้และการปฏิบัติ นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะให้ปรับปรุงประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ พร้อมคำอธิบาย เพิ่มเติมคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการแสวงหาข้อเท็จจริงโดยศาลในคู่มือตุลาการ และเสริมเนื้อหาดังกล่าวในหลักสูตรการศึกษาอบรมนักกฎหมายระดับต่าง ๆ เพื่อให้ ทุกฝ่ายเข้าใจถึงระบบและดำเนินการได้อย่างสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-10-03
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务