five

สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ

收藏
DataCite Commons2026-02-13 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2025.177
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การค้นคว้าอิสระนี้มุ่งศึกษาถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการเนื่องจากคนพิการมีแนวโน้มที่จะว่างงานมากกว่าคนไม่มีความพิการและยังมีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานน้อยกว่าผู้ไม่มีความพิการ โดยพิจารณาหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 อันนำมาสู่สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ประมวลรัษฎากรได้กำหนดไว้เพื่อจูงใจนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการในการรับคนพิการเข้าทำงานและมีการจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ โดยศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายกฎหมายภาษีของประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศมาเลเซีย เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับส่งเสริมการจ้างงานคนพิการต่อไป โดยสามารถสรุปประเด็นปัญหาได้ดังต่อไปนี้ ประการแรก ความขาดประสิทธิภาพของสิทธิประโยชน์ทางภาษีกรณีหักค่าใช้จ่ายจากการจ้างคนพิการตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ที่สามารถเพิ่มอีก 1 เท่าและ 3 เท่าสำหรับกรณีจ้างคนพิการเกินกว่าร้อยละ 60 และมีระยะเวลาในการจ้างเกิน 180 วัน แม้จะมีวัตถุประสงค์ที่เป็นสิ่งที่จูงใจให้เกิดการจ้างคนพิการ อย่างไรก็ตามการหักค่าใช้จ่ายดังกล่าวนั้นขาดประสิทธิภาพหลายด้าน ได้แก่ การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในจำนวนดังกล่าวไม่สามารถจูงใจนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการได้ รวมไปถึงการกำหนดสัดส่วนที่ไม่สามารถบังคับใช้ได้อย่างเต็มที่ จากปัญหาดังกล่าวอาจส่งผลให้นายจ้างหรือเจ้าสถานประกอบการเลือกส่งเงินเข้ากองทุนฯตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 แทนการจ้างงานจริงเนื่องจากสะดวกกว่าจึงส่งผลให้คนพิการขาดโอกาสการทำงาน ประการที่สอง ความเหมาะสมในการนำเงินที่ส่งเข้ากองทุนฯมาลงเป็นค่าใช้จ่ายได้ตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 การหักค่าใช้จ่ายควรสะท้อนถึงต้นทุนในการใช้จ่ายจริงในการประกอบกิจการเพื่อบรรเทาภาระภาษี อย่างไรก็การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการนำเงินที่ส่งเข้ากองทุนฯมาลงเป็นค่าใช้จ่ายได้นั้นเป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องต่อการหักค่าใช้จ่ายที่ควรเกี่ยวข้องกับการจ้างงานจริงที่เกิดขึ้น กล่าวคือกรณีของการที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการไม่ประสงค์ที่จะจ้างงานคนพิการสามารถนำเงินส่งเข้ากองทุนฯแทนได้นั้นไม่ได้มีเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการโดยตรงแต่อย่างใด อีกทั้งยังเป็นการให้ประโยชน์หากไม่จ้างคนพิการอีกด้วย ดังนั้นการนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการจริงมาลงได้จึงเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งแม้กฎหมายจะกำหนดให้ลงเป็นค่าใช้จ่ายได้ก็ตาม ประการสุดท้าย ข้อจำกัดของสิทธิประโยชน์ทางภาษีกรณีหักค่าใช้จ่ายจากการดำเนินการเพื่อสนับสนุนคนพิการได้แก่ การให้สัมปทาน การจัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ การจัดเหมาช่วงงานหรือการจ้างเหมาบริการโดยวิธีการพิเศษ การฝึกงานและการจัดให้มีล่ามภาษามือ การจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก การให้ความช่วยเหลืออื่นใดแก่ผู้พิการและผู้ดูแลคนพิการ ในกรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่ไม่มีรับคนพิการเข้าทำงานและไม่ประสงค์ส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการซึ่งให้สิทธิในการนำค่าใช้จ่ายในจำนวนที่จ่ายนั้นมาลงเป็นรายจ่ายที่แตกต่างกันออกไปหรือไม่สามารถลงเป็นรายจ่ายได้ตามแต่ละกรณี อย่างไรก็ตามการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นการส่งเสริมการจ้างงานโดยตรงเพียงแต่เป็นการสนับสนุนในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพ เท่านั้น อีกทั้งยังเป็นการเป็นช่องทางให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการณ์ไม่จำเป็นต้องรับคนพิการเข้าทำงานตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนฯตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 สามารถแสวงหาประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ซึ่งเป็นการทำให้รัฐไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการได้อย่างที่ควรจะเป็น
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2026-02-13
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务