การพัฒนาการดำเนินคดีค้ามนุษย์
收藏DataCite Commons2025-08-19 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.463
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ดุษฎีนิพนธ์เล่มนี้มุ่งศึกษาการพัฒนาการดำเนินคดีค้ามนุษย์โดยมีวัตถุประสงค์สามประการ ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาและวิเคราะห์กระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานของผู้เสียหายในชั้นสอบสวนในคดีค้ามนุษย์ของประเทศไทย 2. เพื่อศึกษาและวิเคราะห์กฎหมายต่างประเทศสำหรับใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาการรวบรวมพยานหลักฐานของผู้เสียหายชั้นสอบสวนในคดีค้ามนุษย์และการให้ความคุ้มครองเยียวยาช่วยเหลือผู้เสียหายให้มีประสิทธิภาพ 3. เพื่อพัฒนารูปแบบ (Model) วิธีการดำเนินคดีค้ามนุษย์ของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับของสากล ซึ่งดุษฎีนิพนธ์นี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) แบบกรณีศึกษาร่วมกับการวิจัยเอกสาร เพื่อตอบวัตถุประสงค์ของการศึกษาในแต่ละประเด็น รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้องประกอบกับการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ต่อจากนั้นจึงนำมาวิเคราะห์สังเคราะห์โดยการอธิบายเชิงพรรณนา เพื่อให้ได้ผลการวิจัยที่เป็นรูปธรรมนำไปสู่การพัฒนาวิธีการดำเนินคดีค้ามนุษย์ของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับของสากลและป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ จากการศึกษาพบว่าการดำเนินคดีค้ามนุษย์ของประเทศไทยยังประสบปัญหาและอุปสรรคสำคัญหลายประการ ประการแรก ด้านการรวบรวมพยานหลักฐานหรือการได้มาซึ่งพยานหลักฐานของผู้เสียหายในชั้นสอบสวนในคดีค้ามนุษย์ ได้แก่ (1) ขาดระบบการประสานงานที่มีประสิทธิภาพระหว่างพนักงานอัยการและตำรวจในการรวบรวมพยานหลักฐาน (2) การที่พนักงานอัยการไม่มีอำนาจในการควบคุมการสอบสวนตั้งแต่ต้นเหมือนเช่น DSI (3) การขาดมาตรการแฝงตัวในการสืบสวนสอบสวนคดีค้ามนุษย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และ (4) การขาดการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการระบุและประเมินกรณีต้องสงสัย เช่น บัตรตระหนักรู้ปัญหาการค้ามนุษย์ (TIP Awareness Cards) ประการที่สอง ด้านการให้ความคุ้มครองและเยียวยาช่วยเหลือผู้เสียหายจากการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์เมื่อเปรียบเทียบกับแนวทางปฏิบัติของต่างประเทศพบว่ายังมีช่องว่างและความท้าทายที่สำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขปรับปรุง ได้แก่ (1) การเพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับการเปิดเผยข้อมูลผู้เสียหาย (2) การขาดความสอดคล้องในระยะเวลาฟื้นฟูไตร่ตรอง (30 วัน) ของไทยที่สั้นกว่ามาตรฐานสากล (ประเทศอังกฤษ 90 วัน) ส่งผลต่อประสิทธิภาพการฟื้นฟูผู้เสียหายและความร่วมมือในกระบวนการยุติธรรม (3) การผลักภาระการพิสูจน์ไปที่ผู้เสียหาย (4) ขาดหน่วยงานกลางที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ และระบบที่กระจายอำนาจให้พนักงานสอบสวนชี้ขาดทำให้ขาดความเป็นมาตรฐานเดียวกันส่งผลให้ผู้เสียหายต้องเล่าเรื่องซ้ำและเกิดการตกเป็นเหยื่อซ้ำ ข้อเสนอแนะมีดังนี้ (1) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมให้มีความเข้าใจมิติทางสังคมวิทยาและจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ควบคู่กับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางที่ทันสมัยและเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่มาใช้วิเคราะห์แนวโน้มอาชญากรรมรูปแบบใหม่ รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมขององค์กรทางสังคมและประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรภาคประชาสังคม (2) ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ เน้นการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างพนักงานอัยการและตำรวจที่ระบุขั้นตอนและแนวทางการประสานงานชัดเจน ครอบคลุมการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การกำหนดหลักเกณฑ์ส่งต่อคดี และการประเมินความเร่งด่วน พร้อมนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาวิเคราะห์ข้อมูลและติดตามเส้นทางการเงิน โดยเฉพาะเทคโนโลยีบล็อกเชนในการติดตามธุรกรรมต้องสงสัย (3) ข้อเสนอแนะเชิงวิชาการ สนับสนุนการวิจัยแบบสหวิทยาการที่บูรณาการองค์ความรู้จากหลากหลายสาขา พัฒนาฐานข้อมูลงานวิจัยด้านการค้ามนุษย์ที่ครอบคลุมและเป็นปัจจุบัน ส่งเสริมการวิจัยเชิงปฏิบัติการที่แก้ไขปัญหาในพื้นที่จริงโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน และพัฒนาหลักสูตรการศึกษาด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ในระดับอุดมศึกษา และ (4) ข้อเสนอแนะด้านกฎหมาย เสนอให้แก้ไขพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. 2559 โดยเพิ่มหมวด 1/1 เรื่อง “การสอบสวนในคดีค้ามนุษย์” เพื่อให้พนักงานอัยการมีอำนาจกำกับการรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงการแฝงตัวทางอิเล็กทรอนิกส์ การขยายระยะเวลาฝากขังได้ไม่เกิน 180 วัน และระบบคัดกรองผู้เสียหายด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ นอกจากนี้ยังเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 โดยกำหนดมาตรฐานการพิสูจน์สถานะผู้เสียหายด้วยระบบ 2 ขั้นตอนพร้อมระยะเวลาการฟื้นฟูที่เพียงพอ และเพิ่มบทบัญญัติการห้ามเปิดเผยข้อมูลผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-08-19



