ทักษะของผู้บริหาร (อิหม่าม) ในศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้
收藏DataCite Commons2025-09-16 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.825
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทักษะของผู้บริหาร (อิหม่าม) ในศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในบริบทพื้นที่พิเศษ โดยศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและศาสนาอิสลาม ขณะเดียวกันก็ต้องผสมผสานกับการศึกษาตามระบบการศึกษาแห่งชาติไทย การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึก กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วยผู้บริหาร (อิหม่าม) ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 6 ราย และบุคลากรที่ทำงานในศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) จำนวน 12 ราย การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ร่วมกับการเปรียบเทียบข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ผลการศึกษาพบว่า ทักษะของผู้บริหาร (อิหม่าม) ในศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ประกอบด้วย 5 ทักษะหลัก ดังนี้ 1) ทักษะด้านความรู้ด้านศาสนาอิสลาม ที่ครอบคลุมความรู้ด้านอัลกุรอาน ฮะดีษ ฟิกฮฺ อะกีดะฮฺ ประวัติศาสตร์อิสลาม และวิทยาการอิสลามสมัยใหม่ 2) ทักษะด้านความเข้าใจในบริบทท้องถิ่น ที่เน้นการเข้าใจประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สภาพสังคมเศรษฐกิจ และความมั่นคงในพื้นที่ 3) ทักษะการสื่อสาร ที่ครอบคลุมความสามารถในการใช้ภาษาหลากหลาย การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ 4) ทักษะในการแก้ปัญหาในพื้นที่ ที่เน้นการคิดเชิงระบบ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการวางแผนเชิงรุก และ 5) ทักษะทางด้านวัฒนธรรม ที่มุ่งเน้นการรักษาสมดุลระหว่างอัตลักษณ์มลายูมุสลิมกับการบูรณาการเข้ากับระบบการศึกษาแห่งชาติ การศึกษานี้ยังพบว่า ทักษะทั้งหมดมีความเชื่อมโยงและเสริมสร้างซึ่งกันและกัน โดยส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการศึกษาและความสำเร็จในการบริหารจัดการศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) อิหม่ามที่มีทักษะครบถ้วนสามารถสร้างความเชื่อมั่นจากชุมชน บูรณาการการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน ข้อเสนอแนะจากการศึกษานี้ ได้แก่ 1) ควรมีการพัฒนาระบบการเสริมสร้างทักษะของอิหม่ามอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 2) ควรส่งเสริมการสร้างความร่วมมือระหว่างศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ และ 3) ควรมีการพัฒนาระบบการประเมินและติดตามผลการปฏิบัติงานของอิหม่ามให้เป็นรูปธรรม สำหรับการศึกษาครั้งต่อไป แนะนำให้มีการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างทักษะของอิหม่าม เพื่อให้ได้แนวทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการและบริบทของพื้นที่อย่างแท้จริง
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-09-16



