ปัญหาการดำเนินคดีซ้ำ: ศึกษากรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
收藏DataCite Commons2023-09-20 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.669
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
วิทยานิพนธ์เรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์ปัญหาการดำเนินคดีซ้ำ จากกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตามหลักการห้ามดำเนินคดีซ้ำ หลักการของกฎหมายและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง โดยศึกษารายละเอียดจากตำราทางกฎหมาย เอกสารและงานวิชาการที่เกี่ยวข้อง เปรียบเทียบการดำเนินคดีทุจริตตามกฎหมายในประเทศที่มีระบบกฎหมายเช่นเดียวกับประเทศไทย เพื่อหาบทสรุปและข้อเสนอแนะให้การดำเนินคดีทุจริตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้ถูกดำเนินคดีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 กำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจหน้าที่ในการไต่สวนและวินิจฉัยความผิดในทางอาญา กรณีกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม รวมถึงการพิจารณา “ส่งเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจ ที่มิใช่ความผิดร้ายแรงให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต่อไปก็ได้” ทั้งยังให้อำนาจดำเนินคดีได้ใหม่อีกครั้งในกรณีไม่เห็นด้วยกับผลการดำเนินการของพนักงานสอบสวนโดยไม่มีข้อจำกัดในการใช้ดุลยพินิจ ย่อมมีผลกระทบกับคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีของพนักงานอัยการ เนื่องจากพนักงานสอบสวนยังคงมีหน้าที่ต้องเสนอความเห็นต่อพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาสั่งคดี โดยหากเป็นกรณีที่มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีแล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 147 บัญญัติห้ามมิให้มีการสอบสวนเกี่ยวกับบุคคลนั้นในเรื่องเดียวกันนั้นอีก อันเป็นไปตามเงื่อนไขระงับคดี และหลัก ne bis in idem หรือหลักการห้ามดำเนินคดีซ้ำ นอกจากนี้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว ในมาตรา 55 (2) ได้กำหนดห้ามมิให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. รับหรือยกเรื่องที่มีการดำเนินการต่อผู้ถูกกล่าวหาตามกฎหมายอื่นเสร็จสิ้นและเป็นไปโดยชอบแล้ว และไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าการดำเนินการนั้นไม่เที่ยงธรรม แต่ในมาตรา 66 กลับกำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจดำเนินคดีใหม่ได้ ทั้งที่มีการดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไปแล้ว จึงเป็นกรณีที่บทบัญญัติของกฎหมายขัดแย้งกันเองอีกกรณีหนึ่ง ซึ่งเป็นการขัดต่อหลักนิติธรรมที่ต้องหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกันเอง อันเป็นหลักการของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มุ่งคุ้มครองถึงความแน่นอนชัดเจนของบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่จะต้องถูกบังคับตามกฎหมาย ดังนั้น บทบัญญัติของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่กำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจใช้ดุลยพินิจสั่งการให้มีการดำเนินคดีซ้ำได้ โดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาเงื่อนไขและข้อยกเว้นของหลักการห้ามดำเนินคดีซ้ำ จึงเป็นบทบัญญัติที่ขัดแย้งกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขัดต่อหลักการห้ามดำเนินคดีซ้ำ หลักสิทธิมนุษยชน กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และยังขัดต่อหลักนิติธรรมตามหลักการของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงสมควรปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานในการดำเนินคดีอาญาอย่างถูกต้องและเป็นธรรมต่อไป
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-20



