การศึกษาแนวทางการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดกับอัตราการเกิดโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช
收藏DataCite Commons2023-09-29 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.927
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานฉบับปี พ.ศ.2560 แนะนำให้ตรวจติดตามการควบคุมระดับน้ำตาลด้วยการตรวจ HbA1c ในผู้ป่วยเบาหวาน ชนิดที่ 2 อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอและนำไปสู่การเกิดโรคแทรกซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ตาและไต งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสอดคล้องระหว่างระดับ HbA1c ที่ได้จากการคำนวณจากค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลในเลือดจากปลายนิ้ว กับ HbA1c จากการตรวจสุขภาพประจำปี ศึกษาอุบัติการณ์สะสมการเกิดโรคแทรกซ้อนที่ตาและไตระหว่างกลุ่มที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีและไม่ดี และศึกษาอัตราอุบัติการณ์การเกิดโรคแทรกซ้อนที่ตาและไตของกลุ่มที่ HbA1c สอดคล้อง และไม่สอดคล้อง ในผู้ป่วยที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดีในคลินิกโรคเรื้อรัง โรงพยาบาลพรหมคีรี ที่ขึ้นทะเบียนในปี พ.ศ. 2553 – 2554 จำนวน 131 ราย โดยพบความไม่สอดคล้องของระดับ HbA1c มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปีที่ 3 ขึ้นไปของระยะเวลาดำเนินไปของโรคเบาหวาน รวมถึงพบอุบัติการณ์สะสมในการเกิดโรคแทรกซ้อนที่ตาในผู้ป่วยที่ควบคุมน้ำตาลได้ดีและไม่ดีเท่ากับ 0.188 และ 0.365 ตามลำดับ ที่ไตเท่ากับ 1.475 และ 1.023 ตามลำดับ และที่ตาร่วมกับไตเท่ากับ 0.142 และ 0.342 ตามลำดับ และพบว่าค่า HbA1c เฉลี่ยมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคแทรกซ้อนที่ตา (p-value < 0.05) และโรคแทรกซ้อนที่ตาร่วมกับไต (p-value < 0.05) โดยมีอัตราอุบัติการณ์การเกิดโรคแทรกซ้อนที่ตาที่มีระดับ HbA1c เฉลี่ยสอดคล้องและไม่สอดคล้องเท่ากับ 2.03 และ 4.71 ต่อ 100 person-year และที่ตาร่วมกับไต เท่ากับ 1.47 และ 4.52 ต่อ 100 person-year จึงสามารถสรุปได้ว่าการตรวจ HbA1c เพียงปีละ 1 ครั้ง อาจจะไม่เพียงพอในการดูแลผู้ป่วยและสามารถนำไปสู่การเกิดโรคแทรกซ้อนดังกล่าวได้
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-29



