การจัดการปกครองแบบร่วมมือกันของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครปฐม
收藏DataCite Commons2026-03-05 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.1336
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
วิทยานิพนธ์เรื่อง “การจัดการปกครองแบบร่วมมือกันของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครปฐม” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการปกครองแบบร่วมมือกันของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครปฐม โดยมุ่งวิเคราะห์การจัดกระบวนการและปัจจัยที่ก่อให้เกิดการจัดการปกครองแบบร่วมมือกันเพื่อนำไปสู่ข้อค้นพบและการหาแนวทางในการดำเนินงานศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครปฐมและพื้นที่อื่น ๆ โดยใช้วิธีการศึกษาวิจัยแบบเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)เพื่อตอบวัตถุประสงค์ดังกล่าว ผู้วิจัยจึงมุ่งศึกษาการจัดการปกครองแบบร่วมมือกันของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครปฐม ผ่านการดำเนินงานศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นกลุ่มตัวอย่างในจังหวัดนครปฐม อันได้แก่ เทศบาลเมืองสามพราน เทศบาลเมืองไร่ขิง เทศบาลเมืองกระทุ่มล้ม และเทศบาลตำบลคลองโยง รวมทั้งสิ้น 4 แห่ง ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวต้องอาศัยการประสานความร่วมมือระหว่าง กลุ่มผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และภาคีหุ้นส่วนที่เกี่ยวข้องในลักษณะของการดำเนินงานแบบเครือข่ายความร่วมมือ ทั้งนี้ เนื่องด้วยจังหวัดนครปฐมเป็นจังหวัดที่มีลักษณะแบบกึ่งเมืองกึ่งชนบท ทำให้ในแต่ละพื้นที่นั้นมีความแตกต่างทั้งในแง่ของจำนวนประชากร เชื้อชาติของประชากร รวมถึงลักษณะการประกอบอาชีพ ซึ่งส่งผลให้ในแต่ละพื้นที่มีแนวคิดในการพัฒนาเด็กในพื้นที่แตกต่างกันไป ผลการศึกษาการจัดการปกครองแบบร่วมมือกันของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครปฐมมีข้อค้นพบ ดังนี้จังหวัดนครปฐมเป็นจังหวัดที่มีสภาพสังคมแบบกึ่งเมืองกึ่งชนบท และเริ่มมีการขยายตัวของความเป็นเมือง (Urbanization) ทำให้ประชากรในพื้นที่ที่เคยประกอบอาชีพเกษตรกรรมเปลี่ยนไปประกอบอาชีพในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้นทำให้หน้าที่ในการเลี้ยงดูเด็กตกเป็นของผู้สูงอายุที่บ้าน จึงส่งผลเกิดปัญหาในเรื่องของพ่อแม่ผู้ปกครองขาดความรู้ความเข้าใจและขาดทักษะการดูแลเลี้ยงดูที่ถูกต้องตามวัยทำให้ภาระการเลี้ยงดูหรือดูและเด็กปฐมวัยตกมายังศูนย์พัฒนาเด็กเล็กซึ่งมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้กำกับดูแลแต่เนื่องด้วยการเลี้ยงดูและการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัยเป็นสิ่งที่สำคัญและมีความละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อน จึงต้องใช้ความรู้และความชำนาญในหลากหลายด้านและการดำเนินกลไกหลายระดับในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมแต่กลับพบว่าบทบาทและหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในลักษณะการจัดการปกครองแบบร่วมมือกัน (Collaborative Governance) ค่อนข้างมีจำกัด และมีบทบาทค่อนข้างน้อย เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจโดยตรงในการบริหารจัดการในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านการบริหารงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารงานทั่วไปยกเว้นการบริหารงานด้านวิชาการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังต้องอาศัยความร่วมมือในส่วนนี้จากภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ โดยกระบวนการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายนั้นจะเป็นในลักษณะของการจัดการปกครองแบบเครือข่าย (Network Governance) เนื่องจากการที่ตัวแสดงจากหลากหลายภาคส่วน มีจุดเริ่มต้นจากความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล มีความเป็นอิสระต่อกัน และมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกันเข้ามาร่วมกันในการแก้ไขปัญหาหรือดำเนินงานให้สำเร็จลุล่วง หากแต่ไม่ได้มีการสร้างกฎกติการ่วมกัน แต่เป็นการเข้ามาดำเนินงานร่วมกันผ่านความสมัครใจของภาคีในเครือข่ายและเป็นการดำเนินงานร่วมกันภายใต้ข้อบัญญัติของตัวบทกฎหมาย อย่างไรก็ดีการขับเคลื่อนงานและการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนจะเกิดขึ้นได้อย่างดีหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับการที่ผู้นำมีบทบาทในการสร้างความร่วมมือ รวมถึงการมีภาวะผู้นำ (Leadership) ขีดความสามารถและสมรรถนะในการจัดการปกครองอีกด้วย
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2026-03-05



