ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้นำชุมชน
收藏DataCite Commons2023-10-05 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1077
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ตำแหน่งผู้นำชุมชน ถือเป็นตำแหน่งที่สำคัญและมีความหมายอย่างมากต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในแต่ละชุมชน หากผู้ใหญ่นำชุมชนมีความกระตือรือร้นในการทำงาน เสียสละ และใส่ใจสิทธิประโยชน์ของคนในหมู่บ้าน ประชาชนในหมู่บ้านนั้น ๆ ก็จะได้รับความช่วยเหลือ การพัฒนา การแก้ไขปัญหา รวมทั้งได้สิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วน แต่หากผู้นำชุมชนละเลยหน้าที่ของตน ประชาชนในหมู่บ้านนั้น ๆ ก็อาจไม่ได้รับการบรรเทาความเดือดร้อน หรือเสียสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่พึงได้ ในขณะที่ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น (Empathy) นั้นเป็นคุณสมบัติที่หลายงานวิจัยกล่าวไว้ว่าเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของผู้นำ โดยเฉพาะผู้นำในศตวรรษที่ 21 ที่ควรเน้นพัฒนาทักษะทางสังคม (Soft Skills) ทำให้ในต่างประเทศให้ความสนใจกับความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นเป็นอย่างมาก ในประเทศไทยความสนใจในเรื่องความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นเริ่มแพร่หลายในวงการการแพทย์และองค์กรเอกชน แต่การเผยแพร่องค์ความรู้เชิงวิชาการในงานวิจัยนั้นยังมีอยู่น้อย โดยเฉพาะในภาครัฐหรือระบบราชการความเข้าอกเข้าใจนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักเท่าไรนักงานวิจัยชิ้นนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้นำชุมชนว่าส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อกันหรือไม่ อย่างไร โดยมีวัตถุประสงค์ของงานวิจัย 3 ข้อคือ 1. เพื่อศึกษาว่าผู้นำชุมชนมีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นหรือไม่ อย่างไร 2. เพื่อศึกษาว่าคุณสมบัติที่เป็นองค์ประกอบของความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นด้านใดที่ผู้นำชุมชนมีมากที่สุด และน้อยที่สุด และ 3. เพื่อศึกษาว่าผู้นำชุมชนใช้ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นเป็นองค์ประกอบในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ อย่างไร รวมไปถึงบริบทแวดล้อมต่าง ๆ เกี่ยวข้อง งานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การเก็บข้อมูลผ่านแบบประเมินและคำถามสัมภาษณ์ เพื่อประเมินคุณสมบัติที่เป็นองค์ประกอบของความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นใน 5 ด้าน คือ 1. การเปิดใจ/การรับฟังปัญหา 2. การเข้าใจความรู้สึก/การเอาใจเขามาใส่ใจเรา 3. การมีประสบการณ์ร่วม 4. ความรู้สึกเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน 5. การยอมรับและเคารพซึ่งกันและกัน โดยมีกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 33 คน ประกอบด้วย ผู้นำชุมชน 16 คน ลูกบ้าน 16 คน และเจ้าหน้าที่รัฐ 1 คน ในพื้นที่ตำบลดงคอน อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาทผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า การวิจัยในครั้งนี้บรรลุวัตถุประสงค์ของการศึกษาทั้ง 3 ข้อ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. ผู้นำชุมชนทุกคนมีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น แต่แตกต่างกันในองค์ประกอบของคุณสมบัติแต่ละด้านในระดับมากน้อยแตกต่างกันไป แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ผู้นำชุมชนที่มีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นในระดับสูง ผู้นำชุมชนที่มีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นในระดับปานกลาง ผู้นำชุมชนที่มีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นในระดับต่ำ ซึ่งขี้นอยู่กับ (1) ที่มาของการเข้ามาดำรงตำแหน่ง (2) มุมมองในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้นำชุมชน (3) พื้นฐานนิสัยและการให้ความสำคัญ และ (4) พื้นฐานครอบครัวและประสบการณ์ร่วม โดยความไม่สอดคล้องกันของผลคะแนนและพฤติกรรมในการตอบคำถามหรือให้คะแนนตนเองของผู้นำชุมชน สะท้อนให้เห็นว่าความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นนั้น ไม่สามารถประเมินได้ด้วยการประเมินตนเองเพียงอย่างเดียว การสอบทานข้อมูลจากบุคคลอื่นประกอบด้วยจะทำให้ข้อมูลที่ได้มีมิติมากขึ้น และสอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น 2. คุณสมบัติที่เป็นองค์ประกอบของความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นด้านใดที่ผู้นำชุมชนมีร่วมกันมากที่สุดคือ ด้านที่ 5: การยอมรับและเคารพซึ่งกันและกัน และน้อยที่สุดคือ ด้านที่ 3: การมีประสบการณ์ร่วม 3. ผู้นำชุมชนใช้ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นเป็นองค์ประกอบในการปฏิบัติหน้าที่ โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ (1) ใช้ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นด้วยหน้าที่ และ (2) ใช้ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นโดยพื้นฐานนิสัยส่วนตัว ซึ่งการใช้ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นส่งผลให้เกิดความแตกต่างของการปฏิบัติหน้าที่ใน 6 ลักษณะคือ (1) ความแตกต่างในการเข้ามาดำรงตำแหน่ง (2) ความแตกต่างในการเปิดใจ/การรับฟังปัญหา (3) ความแตกต่างในการเข้าใจความรู้สึก/การเอาใจเขามาใส่ใจเรา (4) ความแตกต่างในการเข้าใจประสบการณ์ร่วม (5) ความแตกต่างในความเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน และ (6) ความแตกต่างในการยอมรับและเคารพซึ่งกันและกัน
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-10-05



