ขอบเขตความรับผิดของบุคคลตามมาตรา 71 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
收藏DataCite Commons2022-09-21 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2021.644
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน สังคมไทยมีวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีที่ช่วยหล่อหลอมและส่งเสริมให้รักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีในครอบครัว เพื่อสถาบันครอบครัวที่เป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดสามารถดำรงอยู่ด้วยความสงบสุขอันจะส่งผลดีต่อสถาบันอื่น ๆ และสังคมไทยก็ด้วย กฎหมายอาญาของไทยเองที่แม้จะมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม ก็ยังคำนึงถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัวดังกล่าว กล่าวคือ ตามบทบัญญัติมาตรา 71 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ได้กำหนดให้การกระทำความผิดระหว่างเหล่าเครือญาติ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างสามีภรรยา ผู้บุพการีผู้สืบสันดาน และพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ได้รับประโยชน์อันเนื่องมาจากความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในครอบครัว โดยได้รับการยกเว้นโทษ การลดหย่อนโทษ หรือแม้กระทั่งการกำหนดให้ความผิดบางฐานซึ่งมีลักษณะเป็นความผิดต่อแผ่นดินหรือความผิดที่ไม่สามารถยอมความได้กลับกลายเป็นความผิดต่อส่วนตัวหรือความผิดที่สามารถยอมความได้ ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์เฉพาะที่ไม่เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอก รับของโจร ทำให้เสียทรัพย์ รวมถึงบุกรุกอันเป็นความผิดต่อการครอบครองพื้นที่และสถานที่ อย่างไรก็ตาม มาตรา 71 ดังกล่าวยังคงมีประเด็นปัญหาที่สมควรต้องพิจารณาในเรื่องความชัดเจนเกี่ยวกับความหมายของบุคคล ขอบเขตความสัมพันธ์ของบุคคลผู้กระทำกับผู้เสียหาย และความรับผิดของบุคคลที่กำหนดไว้ในปัจจุบันที่ยังค่อนข้างแคบเกินไป ทั้งที่ฐานความผิดที่กำหนดไว้เป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์เฉพาะที่ไม่เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ รวมทั้งความผิดที่ประสงค์จะคุ้มครองกรรมสิทธิ์และสิทธิในทรัพย์เท่านั้น มิได้มีลักษณะกระทบกระเทือนต่อเนื้อตัวร่างกายของบุคคลโดยตรง ซึ่งหากเกิดการดำเนินคดีขึ้นแล้วอาจไม่คุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับความสัมพันธ์ในครอบครัว ทั้งยังส่งผลให้เกิดคดีที่เพิ่มขึ้น ในศาลที่อาจก่อผลกระทบต่อการบริหารกระบวนการยุติธรรมในภาพรวมได้ ประกอบกับสถาบันครอบครัวในสังคมปัจจุบันมีพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปจากสภาวการณ์ในอดีตอย่างมาก เช่น มีการอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวของคู่รักที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือการเป็นบิดามารดาบุญธรรม เป็นต้น ผู้เขียนจึงได้ศึกษาแนวคิดและทฤษฎีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ความเป็นมาและพัฒนาการของขอบเขตความรับผิดของบุคคลตามบทบัญญัติมาตรา 71 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ตลอดจนกฎหมายของต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศเยอรมนี ประเทศญี่ปุ่น และประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งพบว่า มีการกำหนดความหมายและขอบเขตความรับผิดของบุคคลผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์แต่ได้รับประโยชน์อันเนื่องมาจากความสัมพันธ์ใกล้ชิดบางอย่างในทำนองเดียวกันกับมาตรา 71 ในลักษณะที่ค่อนข้างกว้าง ชัดเจน รวมถึงสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคม จึงสมควรแก้ไขปรับปรุงกฎหมายของไทย โดยขอเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติมาตรา 71 ดังกล่าวด้วยการกำหนดความหมายของผู้บุพการีและผู้สืบสันดานให้ชัดเจน รวมถึงเพิ่มเติมบุคคลบางกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์จากความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในครอบครัวเพื่อให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ได้แก่ คู่ชีวิต ผู้รับบุตรบุญธรรม บุตรบุญธรรม และผู้ซึ่งเคยเป็นสามีภริยาหรือผู้ซึ่งเคยเป็นคู่ชีวิตแม้ว่าการสมรสหรือความสัมพันธ์นั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางของกฎหมายต่างประเทศและเหมาะสมกับบริบทของสังคมไทยปัจจุบัน
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-09-21



