five

ปัญหาการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการปฏิบัติหน้าที่ของอนุญาโตตุลาการ

收藏
DataCite Commons2026-02-13 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2025.176
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การวิจัยนี้มุ่งศึกษาวิเคราะห์ประเด็นทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพอิสระ โดยเน้นกรณีของอนุญาโตตุลาการซึ่งทำหน้าที่ในการระงับข้อพิพาทระหว่างคู่กรณี ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ สถานะทางภาษีของอนุญาโตตุลาการว่าจะถือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพอิสระหรือไม่ ทั้งในแง่มุมของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีมูลค่าเพิ่ม จากการศึกษาพบว่า ในส่วนของภาษีเงินได้นั้น ศึกษาอ้างอิงตามแนวทางการจัดประเภทเงินได้ของวิชาชีพอิสระทั่วไปและวิชาชีพแพทย์พบว่า การปฏิบัติหน้าที่ของอนุญาโตตุลาการสามารถมีลักษณะผู้ประกอบวิชาชีพอิสระในทางภาษีเงินได้ อีกทั้งลักษณะของเงินได้ที่ได้รับนั้นสามารถถูกจัดเป็นหลายประเภทเช่น อาจเป็นเงินได้ที่อนุญาโตตุลาการได้รับเนื่องจากการจ้างแรงงานแม้ว่างานที่ปฏิบัตินั้นจะใช้วิชาการความรู้นั้นประกอบ ค่าตอบแทนนั้นอาจถือเป็นเงินได้จากการจ้างตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร หรือ การทำหน้าที่ของอนุญาโตตุลาการอาจเป็นการรับทำงานให้อันเงินจากการจ้างทำของตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร หรือ อาจเป็นงานที่ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในทางกฎหมายหรือด้านอื่น ๆ อาจถูกมองว่าเป็นเงินได้จากการวิชาชีพเฉพาะตามมาตรา 40(6) แห่งประมวลรัษฎากร หรือ บางกรณีการประกอบอาชีพอนุญาโตตุลาการอาจเป็นการประกอบธุรกิจหรือมีลักษณะเป็นบริษัท อาจเป็นเงินได้จากธุรกิจตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น การจัดประเภทของเงินได้อนุญาโตตุลาการในหลายรูปแบบ นำไปสู่ปัญหาความไม่แน่นอนและไม่ชัดเจนในการจัดประเภทของภาษีเงินได้ที่เกิดขึ้นเช่นกัน ซึ่งไม่สอดคล้องต่อหลักการทางภาษีที่ดี ผู้วิจัยจึงทำการค้นหาแนวทางความชัดเจนผ่านกฎหมายแม่บท OECD และกฎหมายเงินได้บุคคลธรรมดาของฝรั่งเศสเพื่อเป็นแบบอย่างเปรียบเทียบในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่ม รายรับจากการปฏิบัติหน้าที่อนุญาโตตุลาการถือเป็น การให้บริการและไม่เป็นวิชาชีพที่ได้รับยกเว้นจึงมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามหนังสือแนวปฏิบัติของกรมสรรพากรที่ กค.0702/8757 อย่างไรก็ตาม มีประเด็นโต้แย้งว่าการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มต่อการปฏิบัติหน้าที่ของอนุญาโตตุลาการนั้น ไม่สอดคล้องตามหลักการทางภาษีที่ดีเช่น เมื่อทำการศึกษาโดยเทียบเคียง (Analogy) ต่อกรณีวิชาชีพที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มคือ “การให้บริการว่าความ” ตามมาตรา 81(1)(ฌ) แห่งประมวลรัษฎากร และ “การปฏิบัติงานในฐานะกรรมการบริษัท” ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 205 ทำให้เห็นว่ากฎหมายอาจไม่เป็นกลางในเรื่องของการยกเว้นทางวิชาชีพนอกจากนี้ยังพบปัญหาอื่น ๆ อีกเช่น ปัญหาจากความเป็นไปได้ในการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มต่อค่าใช้จ่ายตามเหตุการณ์ในคดีอนุญาโตตุลาการ ปัญหาการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มต่อกิจกรรมของอนุญาโตตุลาการที่ข้องเกี่ยวกับต่างประเทศ ปัญหาการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มต่ออนุญาโตตุลาการที่เกิดขึ้นจากความตกลงคุ้มครองการลงทุนนานาชาติ ซึ่งเมื่อผู้วิจัยพิจารณาการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในประเด็นเหล่านี้อาจไม่สอดคล้องตามหลักการภาษีที่ดี และไม่สอดคล้องตามหลักการพื้นฐานของภาษีมูลค่าเพิ่มในบางประการ ดังนั้นผู้วิจัยจึงเห็นว่ารายรับบางประการจากการปฏิบัติหน้าที่อนุญาโตตุลาการไม่สมควรต้องถูกจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น ค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการ ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เพื่อกระบวนการอนุญาโตตุลาการ เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ผู้วิจัยทำการค้นหาแนวทางภาษีมูลค่าเพิ่มต่อเรื่องการอนุญาโตตุลาการของต่างประเทศผ่านการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรป และ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อีกทั้งยังพิจารณาโครงสร้างภาษีมูลค่าเพิ่มและมาตรการทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับอนุญาโตตุลาการของประเทศสิงคโปร์เพื่อเป็นแนวเปรียบเทียบ ดังนั้น การวิจัยนี้จึงขอเสนอแนะข้อพิจารณาและแนวทางเพื่อการสร้างมาตรฐานที่เหมาะสมในการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพอิสระและอนุญาโตตุลาการโดยมีรายละเอียดดังนี้ (1) ข้อเสนอในเงินได้บุคคลธรรมดา เสนอการตีความโดยขยายการให้บริการอนุญาโตตุลาการเป็นเงินได้จากวิชาชีพอิสระ เสนอแนวนำแนวทางแยกฐานรายได้ที่เกิดขึ้นแบบผสมเพื่อให้การตีความสอดคล้องกับลักษณะเงินได้ พร้อมทั้งวางแนวทางให้ให้ผู้ประกอบอาชีพอนุญาโตตุลาการในรูปแบบธุรกิจสามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมารวมได้อย่างเหมาะสม (2) ข้อเสนอในการปรับปรุงการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม เสนอให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการโดยเฉพาะโดยไม่เป็นการยกเว้นแบบเด็ดขาด ปรับเกณฑ์ยกเว้นสำหรับธุรกิจขนาดย่อมให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน และกำหนดมาตรการชั่วคราวเพื่อบรรเทาภาระภาษีจนกว่ากฎหมายจะได้รับการปรับปรุง ข้อเสนอดังกล่าวมุ่งเน้นการสร้างความชัดเจน สร้างแนวทางการจัดเก็บภาษีสำหรับวิชาชีพอิสระและวิชาชีพอนุญาโตตุลาการ โดยลดความซับซ้อนในระบบภาษี เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระดับสากล การปรับปรุงกฎหมายทั้งในระดับพระราชบัญญัติและกฎหมายลำดับรองที่ผู้วิจัยเสนอมา ได้รับออกแบบให้สอดคล้องกับหลักการภาษีที่ดี ได้แก่ ความแน่นอน ความเป็นกลาง ความเป็นธรรม ความยืดหยุ่น และความมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ยังเป็นการดำเนินนโยบายการคลังด้านภาษีอากรเพื่อส่งเสริมและพัฒนาการอนุญาโตตุลาการ ดึงดูดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านอนุญาโตตุลาการระดับสากลเข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทย และส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในการสร้างศูนย์กลางอนุญาโตตุลาการ (Arbitration Hub) ในเวทีโลก
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2026-02-13
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务